ผู้สื่อข่าว"มติชนออนไลน์"รายงานว่า ความคืบหน้ากรณีมีผู้ร้องเรียนผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายหนึ่งกับพวกร่วมกันเรียกรับสินบนในคดีความต่างๆและมีความสัมพันธ์พิเศษกับผู้หญิงอื่นซึ่งมิใช่ภรรยาตนเองว่าล่าสุดคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม(ก.ต.)ได้มีคำสั่งพักราชการผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ผู้อื้อฉาวรายดังกล่าวแล้ว
ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ ก.ต.มีคำสั่งครั้งแรกเมื่อต้นเดือนสิงหาคมให้ย้ายผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายนี้ไปเป็นผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ประจำสำนักงานศาลยุติธรรมซึ่งเป็นแขวนไม่มีหน้าที่ใดๆในการพิจารณาคดี แล้ว ก.ต.ได้มีคำสั่งให้พักราชการผู้พิพากษารายนี้ในคราวเดียวกันด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุผลของ ก.ต.คือหลังจากคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น เห็นว่าข้อกล่าวหามีมูล เนื่องจากผู้ร้องเรียนมีตัวตนและยืนยันข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียน นอกจากนั้นยังมีเอกสารหลักฐานในคดีการปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยชาวต่างประเทศที่มีการเปิดบัญชีผ่าน"นอมินี"กับทนายความหญิงของจำเลยชาวต่างประเทศอย่างชัดเจน จึงสรุปความเห็นเสนอ ก.ต.ให้พิจารณา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถ้าผลการสอบสวนทางวินัยพบว่า ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์มีความผิดจริงอาจเข้าข่ายเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมเพราะเป็นการรับสินบนเพื่อล้มคดีหรือให้ปล่อยตัวจำเลยชั่วคราวซึ่งเป็นความผิดทางอาญา ก.ต.จะต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ไต่สวนต่อไปซึ่งอาจพัวพันไปถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน
ส่วนความคืบหน้าของผู้ร้องเรียนนั้น ล่าสุดได้เปิดเผย"มติชนออนไลน์"ว่า ก่อนหน้านี้ผู้ร้องได้พยายามร้องเรียนพฤติกรรมของผู้พิพากษารายนี้ต่อหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมหลายหน่วยทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แม้กระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่ทว่าต่างก็เพิกเฉยทั้ง ๆที่มีเอกสารหลักฐานประจักษ์ชัดแจ้งในเรื่องการเรียกรับเงินของผู้หญิงคนสนิท โดยใช้ใบรับรองแพทย์ปลอมเป็นหลักฐานยื่นประกันตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติด คดีอนาจารเด็ก และเกี่ยวข้องกับคดีไซฟ่อนเงินของบริษัทเครือข่ายนักการเมืองคนหนึ่ง
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ร้องเรียนกลับต้องใช้ชีวิตอย่างหลบๆซ่อนๆ เนื่องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษไม่รับเป็นคดีพิเศษ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรับเรื่องแล้วสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาชสอบสวน และเมื่อได้รับผลสอบสวนแล้วกลับไม่ดำเนินสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ปกป้องคุ้มครองพยาน ในขณะที่ผู้ถูกกล่าวหามีอิทธิพลอย่างมาก
“ผมทราบว่ามีผู้ใหญ่บางคนที่เห็นว่าเรื่องนี้ไม่เป็นธรรมกับแผ่นดิน จึงช่วยญาติผมคือคนร้องเรียนด้วยให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ดูแล มิฉะนั้นญาติผมต้องลำบากกว่านี้ ผมจึงใคร่เรียกร้องผ่านสื่อมวลชนว่า ราชการอื่นทุจริตก็ไม่เหมือนข้าราชการในกระบวนการยุติธรรม ข้าราชการในกระบวนการยุติธรรมทุจริตก็ไม่ร้ายแรงเท่ากับผู้พิพากษาผู้ใหญ่ทุจริต ผมตามข่าวมาหลายวัน ถ้าเป็นข้าราชการอื่นไม่ใช้ผู้พิพากษาก็คงได้รู้กันแล้วว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นใคร ไม่ต้องใช้ชื่ออำพราง ผมขอเรียกร้องให้ ตุลาการออกมาพูดเรื่องนี้ให้ชัดเพราะตุลาการในเมืองไทยมีดีมากกว่าไม่ดีอย่างแน่นนอน และเชื่อว่าข้าราชการตุลาการ คงไม่ปกป้องตุลาการที่ทุจริตเพราะหากปล่อยไว้อาจจะทำให้วงการตุลาการวิกฤตก็เป็นไปได้”ญาติของผู้ร้องเรียนกล่าว
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1283679686&grpid=&catid=17
