ดอกไม้จะบาน

เชิญชวนทุกท่านร่วมสร้างสรรค์กฎหมายเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน

อินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน

วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2553

ก.ต.สั่งพักราชการผู้พิพากษาอุทธรณ์พันสินบน จ่อหลายข้อหาหนัก จี้รมว.ยุติธรรม-ดีเอสไอคุ้มครองพยานด่วน

ก.ต.สั่งพักราชการผู้พิพากษาอุทธรณ์พันสินบน จ่อหลายข้อหาหนัก จี้รมว.ยุติธรรม-ดีเอสไอคุ้มครองพยานด่วน

 

ผู้สื่อข่าว"มติชนออนไลน์"รายงานว่า ความคืบหน้ากรณีมีผู้ร้องเรียนผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายหนึ่งกับพวกร่วมกันเรียกรับสินบนในคดีความต่างๆและมีความสัมพันธ์พิเศษกับผู้หญิงอื่นซึ่งมิใช่ภรรยาตนเองว่าล่าสุดคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม(ก.ต.)ได้มีคำสั่งพักราชการผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ผู้อื้อฉาวรายดังกล่าวแล้ว


 

ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ ก.ต.มีคำสั่งครั้งแรกเมื่อต้นเดือนสิงหาคมให้ย้ายผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายนี้ไปเป็นผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ประจำสำนักงานศาลยุติธรรมซึ่งเป็นแขวนไม่มีหน้าที่ใดๆในการพิจารณาคดี  แล้ว ก.ต.ได้มีคำสั่งให้พักราชการผู้พิพากษารายนี้ในคราวเดียวกันด้วย

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุผลของ ก.ต.คือหลังจากคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น เห็นว่าข้อกล่าวหามีมูล เนื่องจากผู้ร้องเรียนมีตัวตนและยืนยันข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียน นอกจากนั้นยังมีเอกสารหลักฐานในคดีการปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยชาวต่างประเทศที่มีการเปิดบัญชีผ่าน"นอมินี"กับทนายความหญิงของจำเลยชาวต่างประเทศอย่างชัดเจน จึงสรุปความเห็นเสนอ ก.ต.ให้พิจารณา

 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถ้าผลการสอบสวนทางวินัยพบว่า ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์มีความผิดจริงอาจเข้าข่ายเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมเพราะเป็นการรับสินบนเพื่อล้มคดีหรือให้ปล่อยตัวจำเลยชั่วคราวซึ่งเป็นความผิดทางอาญา ก.ต.จะต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ไต่สวนต่อไปซึ่งอาจพัวพันไปถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน

 


ส่วนความคืบหน้าของผู้ร้องเรียนนั้น ล่าสุดได้เปิดเผย"มติชนออนไลน์"ว่า ก่อนหน้านี้ผู้ร้องได้พยายามร้องเรียนพฤติกรรมของผู้พิพากษารายนี้ต่อหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมหลายหน่วยทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)  แม้กระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่ทว่าต่างก็เพิกเฉยทั้ง ๆที่มีเอกสารหลักฐานประจักษ์ชัดแจ้งในเรื่องการเรียกรับเงินของผู้หญิงคนสนิท โดยใช้ใบรับรองแพทย์ปลอมเป็นหลักฐานยื่นประกันตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติด คดีอนาจารเด็ก  และเกี่ยวข้องกับคดีไซฟ่อนเงินของบริษัทเครือข่ายนักการเมืองคนหนึ่ง

 


แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ร้องเรียนกลับต้องใช้ชีวิตอย่างหลบๆซ่อนๆ  เนื่องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษไม่รับเป็นคดีพิเศษ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรับเรื่องแล้วสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาชสอบสวน และเมื่อได้รับผลสอบสวนแล้วกลับไม่ดำเนินสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ปกป้องคุ้มครองพยาน ในขณะที่ผู้ถูกกล่าวหามีอิทธิพลอย่างมาก

 

 

“ผมทราบว่ามีผู้ใหญ่บางคนที่เห็นว่าเรื่องนี้ไม่เป็นธรรมกับแผ่นดิน จึงช่วยญาติผมคือคนร้องเรียนด้วยให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ดูแล  มิฉะนั้นญาติผมต้องลำบากกว่านี้ ผมจึงใคร่เรียกร้องผ่านสื่อมวลชนว่า ราชการอื่นทุจริตก็ไม่เหมือนข้าราชการในกระบวนการยุติธรรม  ข้าราชการในกระบวนการยุติธรรมทุจริตก็ไม่ร้ายแรงเท่ากับผู้พิพากษาผู้ใหญ่ทุจริต  ผมตามข่าวมาหลายวัน ถ้าเป็นข้าราชการอื่นไม่ใช้ผู้พิพากษาก็คงได้รู้กันแล้วว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นใคร  ไม่ต้องใช้ชื่ออำพราง ผมขอเรียกร้องให้ ตุลาการออกมาพูดเรื่องนี้ให้ชัดเพราะตุลาการในเมืองไทยมีดีมากกว่าไม่ดีอย่างแน่นนอน และเชื่อว่าข้าราชการตุลาการ คงไม่ปกป้องตุลาการที่ทุจริตเพราะหากปล่อยไว้อาจจะทำให้วงการตุลาการวิกฤตก็เป็นไปได้”ญาติของผู้ร้องเรียนกล่าว


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1283679686&grpid=&catid=17


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
เบื้องหลังคดีสินบนผู้พิพากษาอุทธรณ์
เปิดตัวเจ้าของ สนง.ทนายยอมรับ จ้าง"กิ๊ก"ผู้พิพากษาช่วยคดี"ฝรั่งตุ๋ยเด็ก"3.5 ล้าน ปัดไม่รู้จ่ายสินบน
เอกสารลับถึงประธานศาลฎีกา ผู้ร้องคดีสินบนผู้พิพากษาผวาตาย เล่าเบื้องหลังละเอียดยิบถูกข่มขู่หนัก
คดีสินบนผู้พิพากษาเอกสารสัญญามัด"หญิงคนสนิท"กับพวกวิ่งล้ม3คดี "ฝรั่งอัดถั่วดำเด็ก"เรียก12.7ล้าน
สาวลึกคดีสินบนผู้พิพากษา โชว์หลักฐาน"หญิงคนสนิท" เปิด สนง.ทนายความวิ่งประกันผู้ต้องหายาเสพติด7ล.
เปิดเช็คธนาคาร 5 ล้านโยงคดี "ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์" รับสินบน วิ่งประกันตัวผู้ต้องหายาบ้า 2,000 เม็ด
เปิดข้อหาใหม่คดี"ผู้พิพากษาอุทธรณ์"ฉาว ใช้ใบแพทย์ปลอมประกันผู้ต้องหายาเสพติดตบตาศาลฎีการีด7ล้าน
ก.ต.เด้ง"ผู้พิพากษาอุทธรณ์"คดีสินบน70ล้านเข้ากรุ ตั้งสอบวินัยซ้ำ ระบุเข้าข่ายผิดอาญาต้องส่ง ป.ป.ช.
ผู้ร้องเปิดโปง"ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ "ซิกแซ็กรับ 70 ล้านล้มคดี รับเงินสด-หุ้น-"นอมินี"เปิดบัญชี
สะท้านวงการศาล ร้องผู้พิพากษาอุทธรณ์เรียก 70 ล้านคดีตระกูลนักการเมืองดังไซ่ฟ่อนเงินบริษัท-หลักฐานเพียบ



วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2553

สำนักข่าวแห่งชาติ : ถอดเทปรายการเชื่อมั่นประเทศไทย กับ นายก ฯ อภิสิทธิ์ วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2553

สำนักข่าวแห่งชาติ : ถอดเทปรายการเชื่อมั่นประเทศไทย กับ นายก ฯ อภิสิทธิ์ วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2553


ถอดเทปรายการเชื่อมั่นประเทศไทย กับ นายก ฯ อภิสิทธิ์ วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2553

รายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์”

วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ.2553

ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย

และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์

สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรัก กลับมาพบกันทุกเช้าวันอาทิตย์นะครับ สัปดาห์ที่ผ่านมามีหลายต่อหลายเรื่องครับ ที่อยากจะรายงานให้พี่น้องประชาชนให้รับทราบนะครับเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงต้น สัปดาห์ครับที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ผมนำคณะรัฐมนตรี คือรัฐมนตรีที่ได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งท่านใหม่นั้นเข้าเฝ้า เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณนะครับ เมื่อวันจันทร์ ซึ่งในการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณในครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสและให้พระบรมราโชวาทสิ่งที่ สำคัญที่สุดก็คือทรงเน้นย้ำในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตนะครับ ซึ่งบรรดารัฐมนตรีที่ได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณนั้นก็ได้น้อมรับใส่เกล้า ใส่กระหม่อม นอกจากนั้นผมก็ได้นำเอาถ้อยคำที่เป็นกระแสพระราชดำรัส และพระบรมราโชวาทนั้น เน้นย้ำในการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ผ่านมานะครับ เพื่อที่จะให้คณะรัฐมนตรีทุกท่านได้ตระหนักถึงความสำคัญของการปฏิบัติ หน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นใจ ความเชื่อถือให้แก่รัฐบาลซึ่งจะทำให้การบริหารราชการแผ่นดินและการผลักดัน นโยบายของรัฐบาลในด้านต่างๆ นั้น สามารถที่จะประสบความสำเร็จ เพราะว่าได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ผมก็ยังยืนยันให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนนะครับว่าปัญหาการทุจริต คอรัปชั่น ถ้าหากว่ามีขึ้นในหน่วยงานใด อย่างไรนั้น ขอความกรุณานะครับ ท่านมีเบาะแส ขอให้แจ้งมาครับ เราจะตรวจสอบในทุกเรื่องอย่างจริงจังนะครับ โดยมีมาตรฐานในเรื่องของความรับผิดชอบที่มีความชัดเจน ที่จริงก็ต้องบอกให้ฟังนะครับว่า ผมเองก็ได้รับเรื่องที่เป็นเรื่องร้องเรียน อาจจะเป็นทางผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์บ้าง จดหมายธรรมดาบ้าง หรือแม้กระทั่งทางเอสเอ็มเอส นะครับ เข้ามาบางครั้ง แจ้งถึงเบาะแสต่างๆ ก็ขอเรียนครับว่าทุกเรื่อง ทั้งเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นก็ดี หรือแม้กระทั่งการฝ่าฝืนกฎหมายนะครับ ในเรื่องของยาเสพติด สถานบริการต่างๆ นั้น ทุกเรื่องที่ส่งมานั้นเนี่ย ผมดำเนินการส่งให้ทางเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลบริหารจัดการอย่างดีที่สุดนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนด้วย โดยผมให้คำมั่นและยืนยันว่านี่คือสิ่งที่เป็นความตั้งใจของผมนะครับ ในการที่จะผลักดัน แก้ไขปัญหาทั้งในเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่น และการบังคับใช้กฎหมายครับ สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เรื่องที่ยังเป็น เรื่องที่อยู่ในความสนใจหรือมีผลกระทบกับพี่น้องประชาชน ในส่วนของพี่น้องเกษตรกรนะครับ ก็คือในเรื่องของราคาพืชผลต่างๆ ซึ่งต้องบอกครับขณะนี้ หลังจากที่เราได้ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรนะครับ และก็การเข้าไปดูแลพืชผลต่างๆ นั้น ขณะนี้ต้องถือว่าราคาพืชผล เป็นที่น่าพอใจมากนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด ยาง ซึ่งก็ทำให้ขณะนี้เนี่ยจะมีส่วนสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 1 ขยายตัวในอัตราที่ค่อนข้างดีนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกข้าว ปลูกมัน ก็ต้องเผชิญกับเรื่องโรคระบาดนะครับ เพราะฉะนั้นในช่วงที่ 2 ของรายการในวันนี้ ก็จะไปดูเรื่องของปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลนะครับ ซึ่งระบาดอยู่ในหลายจังหวัดในภาคกลางในขณะนี้ และก็มีผลกระทบกับพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกข้าวนะครับ ทั้งในส่วนที่ผมและท่านรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรได้ไปลงพื้นที่ด้วยกันนะครับ รวมทั้งการให้ความรู้ต่างๆ เพื่อที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ต่อไปในอนาคตด้วยนะครับ เพราะว่าเป็นที่น่าเสียดายว่าเวลาที่ราคาพืชผลนั้นค่อนข้างจะดีนะครับพี่ น้องเกษตรกรต้องมาเผชิญปัญหานี้ อย่างไรก็ตามครับ ปัญหานี้ก็เป็นในปัญหา ซึ่งรัฐบาลเองเนี่ยได้เตรียมการไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วในเรื่องไม่ใช่การแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งได้มีมติคณะรัฐมนตรีไป แต่ว่าเป็นเรื่องที่ผมได้เคยขอให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการคลังไปร่วมกันทำแผนในเรื่องของการจะสร้างระบบประกัน แต่ไม่ใช่ประกันรายได้ครับ เป็นเรื่องของประกันในเรื่องของผลผลิต ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติต่างๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็จะเน้นไปที่เรื่องของน้ำท่วม ภัยแล้งนะครับ และก็น่าจะรวมถึงโรคระบาดด้วย ซึ่งขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงการคลังเนี่ยได้ไปดำเนินการศึกษาเสร็จเรียบร้อยและนะครับกำลังจะ นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในไม่ช้า ซึ่งถ้าได้ตรงนี้ก็จะทำให้เกษตรกรของเรานั้นนะครับมีทั้งระบบการประกันความ เสี่ยง ในเรื่องของผลผลิต และระบบการประกันที่เกี่ยวข้องกับรายได้ด้วย ซึ่งผมคิดว่าจะเป็นการปูทางไปสู่ความมั่นคงของอาชีพเกษตรกรต่อไปนะครับ
นอกเหนือจากกลุ่มพี่น้องเกษตรกรนะครับ ในสัปดาห์ที่จะถึงนี้เราก็จะเข้าไปดูแลในเรื่องของปัญหาของพี่น้องผู้ประกอบ การรายย่อย และผู้ประกอบการขนาดกลางหรือที่เรียกว่า เอสเอ็มอี นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือว่ากำลังเร่งเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหา สะสางในเรื่องของหนี้สินและในเรื่องของการที่จะดูแลส่งเสริมพัฒนาเอสเอ็มอี ต่อไป โดยจะมีการจัดงาน SME Expo นะครับที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 28 – 31 มกราคมครับ วันที่ 28 นั้นผมก็จะไปเปิดงานนะครับ ก่อนที่จะเดินทางไปต่างประเทศหลังจากการประชุมสภา คือสัปดาห์หน้านั้นผมจะเดินทางไปร่วมประชุมเวทีเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอแลนด์นะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามครับไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของปัญหาของพี่น้องเกษตรกร หรือว่า เอสเอ็มอี ที่ยังคั่งค้างอยู่ ภาพรวมของเศรษฐกิจในขณะนี้ยังถือว่ามีการฟื้นตัวอย่างชัดเจนนะครับ ผมเคยเล่าให้ฟังว่าในช่วงปลายปีไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวเลขการส่งออก หรือการท่องเที่ยวนั้นกลับมาอยู่ในภาวะที่เรียกว่าปกตินะครับ และก็เริ่มมีการขยายตัวอย่างค่อนข้างรวดเร็วเท่าที่ติดตามตรวจสอบในช่วงของ เดือนมกราคม แม้จะผ่านไปเพียง 3 สัปดาห์เนี่ยตัวเลขการท่องเที่ยวก็ดีนะครับ ตัวเลขการส่งออกก็ดีและก็แรงสนับสนุนที่เกิดขึ้นจากราคาพืชผลที่ดีในแง่ของ เศรษฐกิจภายในนะครับ ทำให้เรามั่นใจครับว่า ที่พูดถึงการที่จะกลับมาขยายตัวเป็นบวกของเศรษฐกิจในปีนี้ร้อยละ 3.5 เนี่ยทำได้แน่นอนและขณะนี้ว่าตามจริงแล้วบรรดานักวิเคราะห์และก็สำนักต่างๆ เนี่ยก็เริ่มที่จะใช้ตัวเลขที่สูงกว่าร้อยละ 3.5 นะครับ และก็สิ่งที่เป็นตัวบ่งบอกตัวหนึ่ง ซึ่ง ครม. เศรษฐกิจได้รับทราบเมื่อวันพุธนะครับก็คือเรื่องของการจัดเก็บรายได้นะครับ ซึ่งสูงกว่าเป้าค่อนข้างมากครับ ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณครับ 3 เดือนที่ผ่านมาเนี่ยการจัดเก็บภาษีนั้นเกินเป้ากว่าที่ได้ประมาณการไว้ค่อน ข้างจะมากนะครับ จนกระทั่งเมื่อดูแนวโน้มไปแล้วตลอดทั้งปีงบประมาณ ถ้าไม่มีเหตุการณ์อะไรนะครับ ในลักษณะเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน หรือว่าทำให้เศรษฐกิจมาสะดุดลง ทำให้เชื่อได้ว่าการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณนี้อาจจะเกินเป้าถึง 2 แสนล้านบาท นะครับ เพราะฉะนั้นขณะนี้ต้องถือว่าเศรษฐกิจนั้นมีความมั่นคงในเรื่องของการฟื้นตัว มากทีเดียวนะครับ และก็มีการตั้งเป้าในเรื่องของการส่งออกนะครับว่าหลังจากที่ปีที่แล้วหดตัว นั้น ปีนี้ก็น่าจะต้องนำให้กลับมาขยายตัวได้อยู่ที่ประมาณร้อยละ 14 นะครับ นี่คือเรื่องของภาวะเศรษฐกิจที่ผมคิดว่า ขณะนี้น่าจะทำให้พี่น้องประชาชนได้มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นครับ อย่างไรก็ตามครับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ก็มีอยู่นะครับและปัญหาต่างๆ ก็จะต้องมีการดูแลแก้ไขไป รัฐบาลนั้นก็ทำงานด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ นะครับ และก็ขณะเดียวกันนั้นก็เร่งเดินหน้าทำระบบต่างๆ ให้ลงตัวครับ เช่นการประกันรายได้รอบ 2 นั้น ต้องมีการปรับปรุงการบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพมีความชัดเจนนะครับ และก็ในรอบแรกนั้นก็อาจจะมีปัญหาบ้างเพราะความไม่เข้าใจหรือว่าขั้นตอนต่างๆ ซึ่งประชาชนและเจ้าหน้าที่นะครับก็ต้องเรียนรู้พร้อมๆ กันไป แต่ว่าในรอบที่ 2 นั้น เราเริ่มกันตั้งแต่เนิ่นๆ นะครับ และก็ยังอยู่ในขั้นตอนการที่มีการขึ้นทะเบียน รับรองสิทธิของเกษตรกรนะครับ ในขณะที่ในภาคใต้นะครับ ซึ่งยังอยู่ในรอบแรกนั้นเนี่ย ก็ขอเรียนครับว่า กรณีที่เกิดปัญหาว่าราคาที่ขายในตลาดนั้นจะต่ำกว่าราคาอ้างอิงที่มีการ ประกาศนะครับอันนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นและก็ทางกระทรวงพาณิชย์ก็ได้รับมอบหมาย จากคณะรัฐมนตรีแล้วให้เข้าไปดูแลแทรกแซงนะครับ ในกรณีที่มีการกดราคาไม่ให้เป็นไปตามราคาอ้างอิงในพื้นที่ในภาคใต้ครับ ซึ่งข้าวจะออกมาหลังจากที่อื่น
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานะครับผมได้มีโอกาสประชุมคณะกรรมการที่เรียกว่า คณะกรรมการนโยบายสวัสดิการสังคมนะครับ ตรงนี้ผมมาเชื่อมโยงกับเรื่องของเศรษฐกิจก็เพราะว่าผมได้พูดตั้งแต่ต้นนะ ครับว่า การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนั้นดูในภาพรวมเราก็ต้องดูแลให้มีการลงทุน ให้มีการขยายตัวนะครับ บนความสมดุล บนความพอดีนะครับ ปัญหาที่ยังต้องหาความลงตัวพอดี เช่น ปัญหาในเรื่องสิ่งแวดล้อมนะครับ ก็มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เช่น กรณีที่มีการดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานกลางนะครับ เพื่อที่จะให้มีองค์การอิสระสามารถมาให้ความเห็นต่อองค์การต่างๆ และก็จะทำให้การแก้ปัญหาที่มาบตาพุดนะครับ ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วผมก็ไปลงพื้นที่และก็ดูแลในเรื่องของการเยียวยา และก็สัปดาห์นี้ก็มีการอนุมัติโครงการเพิ่มเติมนะครับ ตามแผนสิ่งแวดล้อมที่มาบริหารจัดการในเรื่องของเขตควบคุมมลพิษ แต่ขณะเดียวกันหลักประกันนอกเหนือจากเกษตรกรแล้ว สิ่งที่ผมได้ดูกับคณะกรรมการสวัสดิการสังคมก็คือว่าเราอยากจะเห็นระบบ สวัสดิการนั้น คือสังคมที่เป็นสังคมสวัสดิการนั้น เกิดขึ้นที่ทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนเนี่ยครับ มีหลักประกันในเรื่องต่างๆ เนี่ยครบถ้วน ซึ่งเราได้ตั้งใจที่จะทำแผนนะครับและก็ประกาศว่า ภายในปี 2560 ครับ เราจะเป็นสังคมที่มีสวัสดิการพร้อมสำหรับทุกคน ความจริงขณะนี้เนี่ย เราก็จะมีนโยบาย ซึ่งจะเข้ามาเป็นองค์ประกอบของสวัสดิการ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการรักษาพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดูแลประกันรายได้ หรือว่ามีเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพสำหรับคนพิการ ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการให้ครอบคลุมคนกลุ่มต่างๆ และก็มีนโยบายเสริมเข้าไปนะครับ เช่น นมโรงเรียน สวัสดิการชุมชน แต่ว่าทั้งหมดนี้เนี่ยยังทำให้เกิดความจะเรียกว่าสับสนก็ไม่เชิงนะครับ แต่ว่ามีการซ้อนมีการเหลื่อมกันอยู่ว่าคนกลุ่มไหนได้สิทธิอย่างไรบ้างภายใน ปี 2560 นะครับ เราก็ต้องการที่จะให้ไม่มีคนไทยคนไหนเลยที่ตกหล่นไปจากการดูแลมีสวัสดิการ พื้นฐานนะครับ ในเรื่องที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตและมีหลักประกัน ซึ่งผมได้ขอให้ในช่วง 3 เดือนข้างหน้าเนี่ยครับ มีการไปจัดทำประมาณการทั้งหมดนะครับเกี่ยวกับเรื่องของงบประมาณ หรือเงินที่จำเป็นจะต้องใช้ในระบบสวัสดิการหรือว่าสิทธิ์ขั้นพื้นฐานต่างๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เป็นสิ่งที่พูดง่ายๆ คือรัฐบาลให้เปล่า หรือว่าเป็นบริการฟรี ไปจนถึงระบบประกันในลักษณะที่เป็นการสมทบเงินไปจนถึงเรื่องของการส่งเสริม เชิญชวน จูงใจ ให้เกิดองค์กรสาธารณะหรือว่าวิสาหกิจสังคมเข้ามาช่วยดูแลในเรื่องของ สวัสดิการของประชาชนคนไทยนะครับ ซึ่งภายใน 3 เดือนนี้ ก็จะได้เห็นภาพอย่างชัดเจนว่า เราจำเป็นจะต้องปรับปรุงตัวระบบเพิ่มงบประมาณอย่างไร เพื่อปูทางไปสู่การเป็นสังคมสวัสดิการที่มีสวัสดิการถ้วนหน้า สำหรับคนไทยภายในปี 2560 อันนี้ก็คือสิ่งที่เป็นอีกนโยบายสำคัญหรือเป้าหมายสำคัญที่ผมได้ประกาศเอา ไว้ โดยเฉพาะในช่วงที่ครบรอบ 1 ปีที่ผ่านมาว่า นอกเหนือจากการฟื้นฟูเศรษฐกิจในภาพรวมแล้ว เรื่องหลักประกัน เรื่องสวัสดิการนั้นเป็นสิ่งที่เราต้องการที่จะให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ทุกกลุ่ม ได้รับเช่นเดียวกัน
สัปดาห์ที่ผ่านมาครับพี่น้องประชาชนคนไทยยังให้ความสนใจกับเรื่องของ ปัญหาภัยพิบัติหรือแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นที่เฮตินะครับ ซึ่งผมก็ขอเรียนครับว่าพี่น้องประชาชนคนไทยนั้นเราได้รับการรู้จักจากชาวโลก นะครับว่า เป็นคนที่มีน้ำใจและผมก็ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนคนไทยที่ได้แสดงเจตนาที่ จะช่วยเหลือเพื่อนของเรานะครับ เพื่อนมนุษย์ของเราที่เฮติ ซึ่งขณะนี้ทราบว่าในส่วนของภาคเอกชนเองก็ระดมเงินกันได้เรียกว่าเกิน 1 ร้อยล้านแล้ว นะครับ ในส่วนของรัฐบาลอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่า ประการแรกเราได้มีมติคณะรัฐมนตรีในการที่จะส่งเงินช่วยเหลือนะครับ ซึ่งเงินช่วยเหลือเนี่ยปกติจะมีหลักเกณฑ์อยู่แต่ว่า มติคณะรัฐมนตรีนั้นก็ได้ยกเว้นหลักเกณฑ์เพื่อที่จะสามารถเพิ่มวงเงินได้นะ ครับ และในเบื้องต้นเนี่ยได้มีการมอบเงิน 1 แสนเหรียญให้กับทางเฮติเรียบร้อยแล้วนะครับ โดยได้มีการไปดำเนินการที่เม็กซิโก และก็เงินก้อนนี้เนี่ยครับจะถูกนำไปซื้อของที่มีความจำเป็นในการช่วยเหลือ และของทั้งหลายก็จะถึงประชาชนเฮติในวันอังคารนะครับ คือในอีก 2 วันข้างหน้าเพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นก้าวแรกที่ถือได้ว่าคนไทยของเรานะครับ โดยรัฐบาลในนามของคนไทยได้ส่งความช่วยเหลือไป นะครับ ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ได้เปิดรับบริจาคนะครับ ซึ่งรายละเอียดเลขที่บัญชี สำหรับพี่น้องประชาชนที่ประสงค์จะบริจาคผ่านรัฐบาลนะครับ ก็จะปรากฏอยู่ที่จอนะครับ เป็นตัววิ่งอยู่ หรือถ้าอยากที่จะมาบริจาคได้มาบริจาคด้วยตัวเอง นะครับก็มาได้ที่ลานน้ำพุนะครับ ชุมเชิงสะพานมัฆวานนะครับในเวลา เวลาราชการนะครับ แต่ว่าไม่เว้นวันหยุดราชการ อันนี้ก็สามารถที่จะมาบริจาคเพื่อที่จะสมทบกองทุน ซึ่งกองทุนนี้ขณะนี้รัฐบาลก็ได้ไปประสานงานว่าเมื่อถึงครบกำหนดเวลาที่เหมาะ สมเราก็จะมีการส่งเข้าไปสู่กองทุนซึ่งได้มีการตั้งรองรับไว้แล้วที่จะนำไป สู่การช่วยเหลือ นอกจากนั้นครับสิ่งที่รัฐบาลไทยได้ดำเนินการในการช่วยเหลือก็คือการตกลงที่ จะช่วยเหลือในเรื่องของข้าว ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศก็ได้ไปประสานงานแล้วครับในเบื้องต้น ในเรื่องของข้าวที่จะส่งไป ทั้งในส่วนของเครื่องบิน หรือในส่วนของเรือ นะครับโดยตั้งเป้าในขณะนี้ก็คือว่า จะช่วยเหลือข้าวในปริมาณ 5 หมื่นตัน นะครับ ซึ่งก็จะเป็นมูลค่าพอสมควรนะครับ ตีราคากันก็อาจจะอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านนะครับ ที่คิดว่าน่าอยู่ในจุดที่ ที่เหมาะสมนะครับ ก็อยากจะขอเรียนว่า เออ ทานโทษนะครับ ตรงนี้จะเป็น ประมาณ เออ 300 ล้าน 300 ล้านบาทครับ ซึ่งก็จะทำให้ เป็นการไปช่วยเหลือพี่น้องชาวเฮติ และก็เป็นการตอกย้ำถึงความสามารถของประเทศไทย นะครับ ในการที่จะช่วยเหลือในเรื่องของอาหารและเรื่องของข้าว ซึ่งเป็นความพร้อมของเรา นอกเหนือจากเรื่องอาหารแล้วเนี้ย นะครับสิ่งที่น่ายินดีก็คือว่า มีกลุ่มคนอีก 2 กลุ่มนะครับ ซึ่งพร้อมที่จะเข้าไปให้การช่วยเหลือด้วยก็คือแพทย์ และเรื่องของช่างนะครับ ทั้งที่จะเป็นทหารช่าง หรือว่าคนที่จะไปก่อสร้างซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการประสานงานครับ เพราะว่าในขณะนี้การที่จะเขาไปช่วยเหลือนั่นเนี่ยก็ยังทำได้ด้วยความยาก ลำบาก และก็ข้อที่สำคัญก็คือว่าต้องมีการจัดระบบ ครับ เพราะว่าถ้าไม่จัดระบบแล้วก็จะเป็นปัญหานะครับ กลายเป็นว่าแทนที่จะไปช่วยอาจจะกลายเป็นภาระนะครับ กับทาง สหประชาชาติ หรือว่าในส่วนของผู้ที่ดูแลในเรื่องของความช่วยเหลือทั้งหมด แต่ทั้งหลายทั้งปวงนะครับ ก็ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนคนไทย อีกครั้งหนึ่งครับที่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้แล้วก็จะมีการดำเนินการใน การที่จะติดตามสถานการณ์และหากมีความจำเป็นในการที่จะเพิ่มมาตรการในทางการ ช่วยเหลือต่อไปนั่นเนี่ยรัฐบาลก็พร้อมทั้งที่จะเป็นผู้ประสานงาน นะครับ แล้วก็ดูช่องทางเพิ่มเติมในการช่วยเหลือเพื่อนๆ ของเรานะครับ สำหรับในเรื่องที่อยากจะเรียนเป็นประเด็นสุดท้ายนะครับ ก็คงจะเป็นประเด็นที่คาบเกี่ยวกับเรื่องของสิทธิมนุษยชนกับเรื่องของการ เมืองครับ บังเอิญว่าในช่วงสัปดาห์นี้นะครับ มีองค์กรเอกชนซึ่งได้จัดทำรายงานที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน ความจริงถ้าอ่านตัวรายงานเนี่ยนะครับ ก็ปรากฏว่า จะไม่ออกมาดูรุนแรงเท่ากับเหมือนกับคำแถลงข่าว แน่นอนครับมีการติดตาม ในเรื่องสิทธิมนุษยชน อาจจะมีมุมมองที่แตกต่างกันบ้าง แต่ว่าข้อมูลบางประการ ก็อาจจะมีความคลาดเคลื่อนอยู่นะครับ แต่ว่า 4 เรื่อง สำคัญที่เขาจับตามองอยู่นั่นเนี้ย ขอยืนยันนะครับว่า รัฐบาลของผม รัฐบาลไทยเนี้ย ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิมนุษยชนมาโดยตลอด เช่น 4 เรื่องที่มีการจับตาก็คือ ปัญหาการชุมนุมเรียกร้องทางการเมือง ความจริงในรายงานก็จะเขียนชัดเจนนะครับ ว่าในช่วง เดือนเมษายนนั่นเนี้ย ปัญหาก็เกิดขึ้นเพราะว่าเริ่มมีการใช้ความรุนแรงจากผู้ชุมนุม นะครับ แต่การจัดการในเรื่องนี้ ถ้าเกิดอ่านรวมๆก็อาจจะเข้าใจผิดว่า นะครับ ว่ามีคนเสียชีวิต 2 คน จากปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ที่จริงก็ไม่ใช่นะครับ เป็นเรื่องที่การเสียชีวิตนั่นเกิดขึ้นจากปัญหาการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุม กับพี่น้องประชาชนในชุมชนอย่างนี้ เป็นต้น เรื่องของภาคใต้นะครับ แม้ว่าจะยังมีสถานการณ์ความรุนแรงอยู่ แต่ก็ลดลงและขณะเดียวกัน ระบบการจัดการรวมทั้งการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฏหมายการใช้อำนาจพิเศษของ รัฐบาลนั่นก็เป็นไปในทางที่จะช่วยดูแล คุ้มครอง ปกป้องสิทธิมนุษยชนได้อย่างดียิ่งขึ้น นะครับ รวมไปถึงเหตุการณ์ที่กระทบกับจิตใจของพี่น้องประชาชนก็คือ เหตุการณ์ที่มัสยิดไอปาแย ขณะนี้ก็มีการมอบตัวแล้ว นะครับ ของผู้ที่รัฐบาลได้ออกหมายจับ ซึ่งก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงการเอาจริงเอาจังกับการละเมิดสิทธิทั้งหลายที่ เกิดขึ้นในสถานการณ์ภาคใต้ด้วย นอกจากนั้นก็จะมีเรื่องของการบังคับใช้กฏหมายโดยเฉพาะมีการพูดถึงเรื่องของ การใช้กฏหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และความผิดที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ นะครับความจริงก็เช่นเดียวกัน นะครับ รัฐบาลนี้เข้ามาเนี้ย บรรดาเหตุต่างๆที่เกิดขึ้นขณะนี้เนี้ยก็มีการพิจารณาโดยจะมีความรอบคอบ นะครับ และก็ดูเรื่องของเจตนา และที่สำคัญก็คือว่าจะไม่ให้มีการเอาเรื่องนี้ไปใช้ในลักษณะของเครื่องมือ ทางการเมือง ผมเข้าใจว่า รายงานของเขาอาจจะเขียนขึ้นก่อนที่เราได้มีการตั้งกลไกพิเศษ เข้ามาดูแลทางด้านนี้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการที่จะแก้ไขและก็ทำความเข้าใจ กับเขาไปอีกทางด้านหนึ่งต่อไปในอนาคต นะครับ เช่นเดียวกันนะครับการใช้กฏหมายความมั่นคงก็ยังมีความเข้าใจผิด บางครั้งไปเข้าใจว่ามี กฏหมายความมั่นคงแล้วตรวจสอบไม่ได้ หรือว่าเป็นการไปห้ามสิทธิในการชุมนุม ซึ่งความจริงก็ไม่จริงนะครับ การใช้กฏหมายความมั่นคงประกาศพื้นที่ความมั่นคงแต่ละครั้งนั่นไม่ได้ห้ามการ ชุมนุมแต่ทำให้เราสามารถที่จะบูรณาการบริหารจัดการได้และทุกครั้งที่มีการ ประกาศก็ต้องมีการรายงานต่อสภา นะครับซึ่งก็จะมีการทยอย รายงานต่อสภาไปใน เออ การสมัยประชุมนี้นะครับ ขณะเดียวกันการประกาศใช้เขตพื้นที่ความมั่นคงบางคนก็ไปพูดทำนองว่า จะใช้กับบางกลุ่มเท่านั้น ถ้ากลุ่มนี้จะชุมนุมจะประกาศทุกครั้ง ถ้ากลุ่มนี้จะชุมนุมไม่ประกาศไม่จริงนะครับ จะเห็นได้ว่า บางครั้งก็ใช้บางครั้งก็ไม่ใช้ ขึ้นอยู่กับการข่าวที่เราได้รับครับ ผมมั่นใจในเรื่องของการดำเนินการในแนวทางของประเทศในเรื่องของสิทธิมนุษยชน นะครับ มิฉะนั้นแล้วเราคงไม่กล้า ที่จะไปสมัครแข่งขันในการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมาธิการที่ดูแลเรื่อง ของสิทธิมนุษยชนในสหประชาชาติ นะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ ครม. ก็ได้เห็นชอบแล้ว นะครับแล้วก็เรื่องต่างๆ ที่เราสามารถจะมาดูแล เราก็จะมีการผ่อนผันโดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง เช่น กรณีแรงงานต่างด้าว ซึ่งอยู่ใสระหว่างการจัดระบบ ก็ยังมีการขยายเวลาไปอีก 2ปีนะครับ แต่ทั้งนี้ ต้องให้ขึ้นทะเบียนให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ หรือกรณีของม้ง ซึ่งป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ครับ ก็จนถึงขณะนี้นะครับก็ไม่มีรายงานนะครับ ที่หลายคนกลัวว่าส่งกลับไปแล้วเขาจะไม่ปลอดภัยจะไม่ได้รับการดูแลก็ไม่มี รายงานในลักษณะนั้นเลย ตรงกันข้ามนะครับก็มี สส.จากทางสหรัฐก็เดินทางเข้าไปดูก็ยืนยันครับว่า สิ่งที่เราได้ตกลงกับลาวในเรื่องของปลอดภัยการดูแลคนเหล่านี้ก็เป็นไปตามข้อ ตกลงดังกล่าว นะครับ เออ ความจริงมีอีกหลายเรื่องนะครับ ทั้งเรื่องการเมือง เรื่องอื่นๆที่อยากจะพูดคุยกับพี่น้องประชาชน นะครับแต่ว่าเวลาที่เหลือนั่นก็จะ ชวนไปดูในเรื่องของปัญหาเพลี้ย นะครับ ซึ่งผมได้ไปลงพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ที่จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกร สัปดาห์หน้าคงจะได้มีโอกาศเล่าถึงเรื่องอื่นๆ นะครับ เพราะว่าผมจะเดินทางไปที่สวิตเซอร์แลนด์ส่วนหนึ่ง แต่ว่าอีกด้านหนึ่งก็คือว่าสมัยประชุมของสภาได้เริ่มขึ้นแล้วนะครับ ก็อาจจะมาคุย ในเรื่องของแผนการที่จะผลักดัน กฏหมายตามนโยบายสำคัญๆ ขณะเดียวกัน คนที่เป็นห่วงในเรื่องของความร้อนแรงทางการเมืองก็ขอยืนยันนะครับว่ารัฐบาล จะใช้แนวทางของการอดทน อดกลั้น รักษากฏหมายนะครับ บังคับใช้กฏหมาย รักษากฏหมาย โดยคำนึงถึงสิทธิของทุกๆฝ่ายนะครับ แล้วก็จะดูแลให้บ้านเมืองนั้นอยู่สามารถที่จะคงความสงบเรียบร้อย รัฐบาลก็จะเดินหน้าบริหารงานเพื่อประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนได้ต่อไปครับ วันนี้ก็คงจะต้องส่งต่อไปยังช่วงที่ 2 ครับ ที่ไปลงพื้นที่ ที่จังหวัดนนทบุรี ครับ
สวัสดีครับ ผม กิตติ สิงหาปัด ครับ วันนี้รายการเชื่อมั่นประเทศไทย กับนายก ฯ อภิสิทธิ์ วันนี้ท่านนายกฯ ให้ความสนใจกับปัญหาการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเป็นพิเศษนะครับ ท่านคงพอได้ข่าว นะครับว่า เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลปีนี้ระบาดอย่างหนัก ในช่วงที่ระบาดรุนแรง นาข้าว เสียหายไปถึง 2 ล้านกว่าไร่ ตอนนี้ควบคุมได้และก็ลดลงมาอยู่ในระดับหนึ่งแล้ว ที่ท่านเห็นอยู่นี้เป็นแปลงนาข้าวในอำเภอลาดหลุมแก้ว ปทุมธานี นะครับ เป็นแปลงที่เพลี้ยลง แล้วก็ตอนนี้ควบคุมไว้ได้บางส่วน แต่ว่ายังเห็นร่องรอยความเสียหายนะครับ เรายังคงต้องติดตามดูแปลงนี้ต่อไปว่าถึงที่สุดแล้ว ลักษณะอย่างนี้ ข้าวจะโตขึ้นมาให้ดอกออกผลมากอย่างที่ชาวนาต้องการหรือไม่ ความจริงเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลไม่ใช่เรื่องใหม่กับนาข้าวในเมืองไทยนะครับ เป็นศัตรูพืชที่ระบาดอย่างรุนแรง เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านนายกฯ มาที่นี้จะได้มาดูการแก้ปัญหาล่าสุดแล้วก็กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง หมดนะครับว่า จะรับมือ จะแก้ไขปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้อย่างไร ในขณะเดียวกันเราจะทำความรู้จักกับเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลด้วยนะครับว่า เขาเป็นยังไง คืออะไร ทำไมถึงระบาดร้ายแรงได้ขนาดนี้ มีผู้ที่เกี่ยวข้อง มีท่านรัฐมนตรี มีเกษตรจังหวัด และที่สำคัญคือชาวไร่ชาวนาที่ได้รับผลกระทบด้วยตรงครับ ในที่ราบลุ่มภาคกลาง ก็จะเห็นอย่างนี้ ล่ะครับ เป็นสภาพทั่วๆไปก็คือเกษตรกรที่นี่ ก็จะปลูกนา ปลูกข้าวเป็นอาชีพหลัก เพราะฉะนั้นชีวิตของเขา คือ นา ถ้านาเสียหายก็แปลว่าฤดูกาลเก็บเกี่ยวนั่นก็หมดตัวไปเลย เพราะฉะนั้น ถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีโครงการ บางส่วนของรัฐบาลจะช่วยแก้ไขไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือในโครงการ ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ หรือประกันราคาพืชผล เดี๋ยวสักครู่หนึ่งจะได้คุยรายละเอียดเรื่องนี้กับนายกรัฐมนตรีนะครับว่า ชาวนาซึ่งได้รับผลกระทบจะได้รับการช่วยเหลือและจะจัดการกันอย่างไรครับ
ชาวไร่ ชาวนา : ทำนา เพลี้ยก็มารบกวน
ชาวไร่ ชาวนา : ข้าวก็ไม่ค่อยออก มันโดนเพลี้ย มันดูดน้ำเลี้ยง
ชาวไร่ ชาวนา : วันหนึ่งหมดไม่ใช่น้อยๆ ฉีดยาจนสู้ไม่ไหว
ชาวไร่ ชาวนา : ก็ไม่รู้จะทำไง แก้ไขยังไงก็ไม่ได้แล้ว เพราะข้าวมันอายุเยอะแล้วอ่ะ
พิธีกร : ครับ ตอนนี้เรามาทำความรู้จักกับเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล นะครับ ซึ่งกำลังระบาดหนักอยู่ใน 10 กว่า จังหวัด ตอนนี้ นี้เป็นตัวอย่างของต้นข้าวที่ปลูกไว้ในกระถางนะครับแล้วก็เห็นเพลี้ยกระโดด สีน้ำตาลอยู่ ตอนนี้ผมอยู่กับผู้เชี่ยวชาญกรมการข้าว อธิบายให้หน่อยครับว่ายังไงคือ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล แล้วมันวงจรเขาเป็นยังไงบ้าง
นักวิชาการกรมการข้าว : เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลนะค่ะ เขาจะมีรูปแบบอยู่ 2 รูปแบบ เขาจะมีชนิดปีกยาว กับชนิดปีกสั้น ที่เราเห็นนี้ส่วนใหญ่จะเป็นตัวอ่อนนะค่ะ
พิธีกร : อ่อ นี่ ตัวอ่อน หรอครับ ขาวๆ
นักวิชาการกรมการข้าว : ค่ะ เขาเข้ามาตั้งแต่ข้าวอายุ 5 วัน นะคะ ไปจนถึงข้าวออกรวงเลย เขาสามารถดูด กินต้นข้าวได้ตลอดจนระยะการจริญเติบโต
พิธีกร :อาหารเขา คือ น้ำ น้ำต้นข้าว
นักวิชาการกรมการข้าว : เออน้ำเลี้ยง ค่ะ
พิธีกร :น้ำเลี้ยงของต้นข้าว
นักวิชาการกรมการข้าว : คะ
พิธีกร :ดูดไปเรื่อย ดูดมาก ระบาดมาก ข้าวก็ตาย
นักวิชาการกรมการข้าว : เนื่องจากว่า แมลงตัวนี้เขาทำลายต้นข้าว โดยตรงโดยการดูดกินจนต้นข้าว แห้งตาย นะคะ เสร็จ แล้วเขายังเป็นพาหะ นำเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรค 2 อันนี้ ก็คือ ใบหงิก กับ โรคเขียวเตี้ย ยกตัวอย่าง อย่างโรคแรกนี่ใบหงิก เดิม เกษตรกรเป็นคนตั้งชื่อโรค จู๋ แล้ว เราก็เปลี่ยนมาเป็นโรคใบหงิก นะคะ อาการของเขาจะต่างกันนะคะ 2 โรค นี้ อาการเขาก็คือ ปลายใบเขาจะบิด เริ่มจากต้นเตี้ย แล้วก็สีเขาจะเข้มขึ้น ปลายใบเขาก็จะบิด ขอบใบเขาก็จะแหว่ง
พิธีกร :อ๋อ อันนี้เห็นชัดเจนเลย อันนี้ก็คนละเชื้อ อันนี้ก็เชื้อหนึ่ง โรคเขี้ยวเตี้ย เป็นอีกเชื้อหนึ่ง
นักวิชาการกรมการข้าว : เป็นไวรัสอีกตัวหนึ่ง โดยที่เพลี้ยกระโดดเป็นแมลงพาหะ อาการของเขาก็จะเหมือนกันตรงที่ว่า ต้นเตี้ย แคระแกรน ใช่ไหมคะ แต่โรคนี้เขาจะแตกกอเยอะ เป็นพุ่มแจ้ ใบเขาจะแสดงมีอาการเหลืองนะคะ เหลืองอมเขียวอย่างนี้ แล้วต่อไปก็จะแห้งตายไปทั้งกอ ไม้ได้ผลผลิต
พิธีกร :เหมือนกัน ลักษณะคล้ายๆกัน คือเสียหาย คล้ายๆกัน
นักวิชาการกรมการข้าว : อันนี้ เก็บมาจากแปลงนานี้เลยนะคะ
พิธีกร : อันนี้ไม่ใช่ว่ามันเล็กโดยธรรมชาติ
นักวิชาการกรมการข้าว :อ๋อ ไม่ใช่คะ นี้คือเขาได้รับเชื้อคะ
พิธีกร :คือได้รับเชื้อแน่นอน จะอยู่แค่นี้ และที่สุดจะแห่งเหี่ยวตายไป
นักวิชาการกรมการข้าว : จะแห่งเหี่ยวตายไป คะ
พิธีกร : ไม่ให้ผลผลิตเลย
นักวิชาการกรมการข้าว : คะทีนี้บางต้น เขาก็จะโตขึ้น แต่ว่าเขาก็จะมีอาการให้เห็นเขาจะไม่เท่ากับต้นปกติแล้วก็ผลผลิตเขาก็จะลดลง
พิธีกร :ถ้าดูสักครู่นี้นะครับจะเห็นว่าใบข้าวส่วนใหญ่แปลงนี้มี จุดสีน้ำตาลแล้วนะครับ นี้นะครับเป็นจุดที่สำคัญที่ผมบอกว่าต้องดูนะครับ เออ อ้าว พี่ พี่เป็นเจ้าของนาไหม ครับ
เจ้าของนา : ครับใช่ครับ
พิธีกร :เมื่อกี้ดู เพลี้ยยังอยู่ไหม
เจ้าของนา : อยู่ครับ
พิธีกร : มัน มันลงหนักๆช่วงไหน
เจ้าของนา : ก็ลงช่วงเดือนครึ่ง ครับ
พิธีกร : เดือนครึ่งที่ผ่านมาแล้ว สภาพอย่างนี้เนี่ย ข้าวจะโตไหม มันจะทรุดลงจากนี้ไป แต่ว่ารวงที่เราเห็น จะไม่โต จะไม่ถึงได้เก็บเกี่ยว
เจ้าของนา : ไม่ ไม่ได้ผลเท่าไร
พิธีกร :อ๋อ แต่อาจจะได้บางส่วน
เจ้าของนา : ครับ
พิธีกร :เสียหายอย่างนี้แล้ว พี่เป็นชาวนาซึ่งต้องลงทุนยังนี้แล้ว ความช่วยเหลือถ้าเผื่อต้องการกับทางการ คือยังไง อยากจะให้ช่วยลักษณะใดบ้าง
เกษตรจังหวัดปทุมธานี : มี ครับ มี ทางผมก็ได้ให้จัดทีมลงไป พบปะกับเกษตรกรส่งเสริมและแนะนำในเรื่องของการดูแลต้นข้าวในขณะที่มีการระบาด
พิธีกร: และในระหว่างนี้ไปเนี่ย ทางเกษตรจังหวัด ดูแลเกษตรกรอย่างไรต่อในเรื่องของการควบคุมเพลี้ย
เจ้าหน้าที่เกษตร: เราก็มีการรณรงค์ โดยการไปจัดสาธิตการฉีดพ่นยา การแนะนำการใช้ยา และก็มีเทศกาล อย่างที่เราทำอยู่ในขณะนี้แหละครับ มีเทศกาลจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น สบก.5, กรมการข้าว, หรือว่าจะเป็นศูนย์ชีววิธี จากชัยนาทก็มาร่วมนะครับ
พิธีกร: ให้ความรู้กับชาวนา
เจ้าหน้าที่เกษตร: ใช่ครับ ให้ความรู้กับชาวนาเพื่อที่ชาวนาจะไปแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ครับ
[คุยกับเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน จากเพลี้ยกระโดด]
พิธีกร: ส่วนใหญ่ ถูกเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลลงกัดกินเสียหมด
เกษตรกร: ครับ
พิธีกร: ของพี่เสียหายสักกี่เปอร์เซนต์?
เกษตรกร: ตอนนี้มันก็ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ครับ ที่มองๆ ดูครับ
พิธีกร: มองๆ ดูว่าจะได้ข้าวแค่ 50 (ครับ) ส่วนใหญ่ก็พอๆ กันใช่ไหมครับ (ครับ) อยู่ในลาดหลุมแก้วเหมือนกันหมด (ครับ) [พิธีกรเปิดถุงพลาสติก] อันนี้ครับท่านผู้ชม นี่คือเพลี้ยนะครับ... ที่เราพูดถึงเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่ว่านี่ไม่มีฤทธิ์เดชแล้วนะครับ ตายหมดแล้ว นี่ไปจับมาจากไหนพี่?
เกษตรกร: ก็ในแปลงนา
พิธีกร: เอาสวิงจับเลย
เกษตรกร: ใช้ไฟล่อ มันจะมาเล่นไฟแล้วมันก็ตายครับ นี่แหละของจริง
พิธีกร: เวลาตายแล้วก็ดูตัวเล็ก ไม่มีฤทธิ์เดชเลยนะครับ
เกษตรกร: ไม่มีพิษสงครับ
พิธีกร: แล้วที่ชาวบ้าคุยกันนะ สันนิษฐานว่ามันมาจากอะไร?
เกษตรกร: คือเขตภาคเหนือระบาดมาก่อน แล้วมันก็มาตามลมหนาว
พิธีกร: เพราะฉะนั้นมันมากับลม
เกษตรกร: อย่างนครสวรรค์ประกาศปั๊บ สักพักมันจะมาเลย
พิธีกร: คือต่อให้เราดูแลของเราดีอย่างไร มันก็มา
เกษตรกร: มันมาในอากาศ เราป้องกันไม่ได้
พิธีกร: ทีนี้ พอปีนี้ระบาดหนักขนาดนี้ พวกพี่ทำอย่างไรต่อไป หมายความว่าในฤดูถัดไปจะทำอย่างไร จะเลิกปลูกกันไหม หรือคิดหาวิธีแก้ไขกันอย่างไรครับ?
เกษตรกร: ทำนามันก็ต้องทำต่อไป เพราะเป็นอาชีพของเรา
พิธีกร: อาชีพเดียว
เกษตรกร: ครับผม
พิธีกร: คือไม่ทำก็ไม่มีรายได้
เกษตรกร: อ้า ไม่มีรายได้
พิธีกร: แม้ว่าฤดูกาลนี้เสียไป ก็ต้องไถปลูกใหม่เลย
เกษตรกร: ครับ
พิธีกร: คือผมดูแล้วเนี่ย ถ้าเสียหายกันที 10 เปอร์เซ็นต์ – 50 เปอร์เซ็นต์ เนี่ย สมมติลงทุนไปคนละ 7 ,8 , 9 หมื่น หรือแสนนึงเนี่ย แล้วพวกพี่จะอยู่กันได้อย่างไรครับ?
เกษตรกร: มันก็ต้องอยู่แหละครับ (เสียงฮา) มันระบาดไปแล้วก็ต้องอยู่ มันเป็นอาชีพ
[คุยกับนายบุญช่วย เจียดำรงค์ชัย ผู้ช่วย ผจก. ธกส.]
พิธีกร: ชาวนาซึ่งเสียหายแบบนี้เนี่ย เบื้องต้นเขาจะได้รับความช่วยเหลืออะไร ถ้าเขาเป็นลูกหนี้ ธกส. ?
ธกส.: ครับ ประการแรกก็คือ ทาง ธกส. เองก็จะมาสำรวจ สอบถามเกษตรกรนะครับที่ได้รับความเสียหาย แล้วก็เราก็จะให้ความช่วยเหลือทันทีนะครับ ในเรื่องของการที่จะยืดระยะเวลาในการชำระหนี้ออกไป
พิธีกร: เบี้องต้นก็คือ ยืดหนี้เป็นอันดับแรกที่ต้องทำ แต่อย่างอื่นต้องดูแล้วแต่นโยบายรัฐบาลจะให้ช่วยเหลืออย่างไร
ธกส.: เป็นมาตรการเสริม ในกรณีที่มีความเสียหายอย่างร้ายแรง
พิธีกร: ตอนนี้ ธกส. ได้สำรวจไหมครับ ว่าลูกหนี้ของเราทั้งหมดทั่วประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลมีอยู่ประมาณสักกี่ราย กี่ไร่ที่เสียหาย?
ธกส.: ก็ตอนนี้อยู่ระหว่างการประมวลตัวเลขอยู่นะครับ ก็ยังไม่เรียบร้อย คิดว่าคงเร็วๆ นี้ ก็จะได้รายงานให้พี่น้องประชาชนได้ทราบอีกที
[คุยกับนายปรีดา บุตรศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี]
พิธีกร: มาดูพื้นที่แล้วเห็นนาข้าวเสียหายเยอะพอสมควร คราวนี้ในระดับจังหวัดเอง เราเริ่มขยับเขยื้อนในการดูแลพวกนี้มานานสักเท่าไรแล้ว
ผู้ว่าราชการจังหวัด: ขอเรียนความเสียหายก่อนนะครับ ว่าของเรามี 7 อำเภอเนี่ย เราเสียหายไป 5 อำเภอ พื้นที่ที่เสียหายประมาณ 11,000 ไร่ เมื่อพบว่าเป็นโรคเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลแล้วก็ปรากฎว่า มีโรคที่ตามมาอีก ก็คือโรคใบหงิก กับโรคเขียวเตี้ย ซึ่งจะทำให้ข้าวไม่ได้ผล เวลานี้พื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติเนี่ย เราได้ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว เพื่อจะได้ช่วยเหลือประชาชนตามเกณฑ์ของกรมป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนต่อไป
พิธีกร: ขั้นตอนที่ชาวบ้านมาขอรับการช่วยเหลือมันยุ่งยาก นานไหมกว่าจะได้เงิน ท่านผู้ว่าครับ?
ผู้ว่าราชการจังหวัด: ครับ ก็ต้องพิสูจน์กันให้ชัดเจนก่อนนะครับ เพราะว่า...
พิธีกร: เสียหายกี่เปอร์เซนต์ ต้องไปเดินในไร่นาเลย
ผู้ว่าราชการจังหวัด: ต้องไปเดิน ต้องมีคณะทำงานไปสำรวจ ถึงจะบอกได้ว่าเสียหายจริงไหม เสียหายประมาณเท่าไร
[คุยกับนายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี]
พิธีกร: กรรมการดูแลพวกนี้ มันดูแลระดับไหน เพราะว่าบางทีคนมักพูดกันว่า เงินช่วยเหลือลงมาแบบนี้ทีไร ก็จะมีรั่วไหล ตรวจสอบดีไม่ดีบ้าง ถูกต้องไม่ถูกต้องบ้าง ต้องอย่างไร กรรมการระดับจังหวัดดูแลกันเข้มงวดไหมครับ?
ผู้ว่าราชการจังหวัด: กรรมการต้องดูตามรายงานที่กรรมการระดับอำเภอสายงานมา อย่างไรก็ตามเราต้องย้อนกลับไปตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า เกิดความเสียหายจริง ความช่วยเหลือลงพื้นที่จริง แต่ประเด็นที่สำคัญที่สุด คือ ควรจะมีการพักการทำนา ของสุพรรณบุรีเนี่ย อุดมสมบูรณ์ ทำนา 2 ปี 7 ครั้ง แทบจะไม่มีการพักกันเลย
พิธีกร: ท่านผู้ว่าฯ พูดอย่างนี้ แล้วชาวนาที่นั่นก็เชื่อไหมครับ?
ผู้ว่าราชการจังหวัด: ผู้หลักผู้ใหญ่ของสุพรรณบุรี ก็เคยไปเตือนเมื่อปีที่แล้วก่อนมีเพลี้ยระบาด บอกว่าควรจะหยุดไม่นั้นศัตรูพืชจะมีมากมาย เขาก็บอกว่า ชีวิตเขาทำนามาตลอด ทำอย่างอื่นไม่เป็น
พิธีกร: โอ้! สงสัยเป็นปัญหาทุกจังหวัดนะ เรื่องที่ชาวนาเขาก็รู้สึกว่าต้องปลูกตลอด ไม่ปลูกก็ขาดรายได้
ผู้ว่าราชการจังหวัด: ใช่ครับ
พิธีกร: หนักใจไหมครับท่านผู้ว่า หนักใจไหมครับ?
ผู้ว่าราชการจังหวัด: ความหนักใจมีแน่นอน เพราะว่าทำอย่างไรที่จะให้เกษตรกรเขามีรายได้ สิ่งที่จังหวัดได้รวบรวมข้อมูลเสนอทางกระทรวงเกษตรไปแล้วก็คือ ต้องพักดินให้ได้ แต่ว่าวิธีการพักคือ จะต้องจ่ายค่าชดเชย 606 บาทต่อไร่ แล้วก็ไถเลยนะครับ ไถต้นข้าวที่มีอยู่เนี่ย ไถกลบทิ้งเลย เสร็จแล้วก็ปลูกปอเทือง ปอเทืองนี่จะใช้เวลาปลูก 60 วัน แล้วก็ไถกลบอีกครั้งหนึ่ง กลายเป็นปุ๋ยพืชสด ปอเทืองนี่จะดีที่สุด คือทดลองที่สุพรรณบุรีแล้วได้ผลครับ
พิธีกร: ผมเคยได้ฟังมาเหมือนกัน ว่ามีเกษตรกรบางรายแถวสุพรรณเนี่ย เขาทำพวกเกษตรอินทรีย์ เกษตรชีวภาพ แล้วก็ทำให้มันมีตัวห้ามตัวเบียนอยู่ในธรรมชาติ นาเขาไม่ค่อยเสียหาย ตัวอย่างแบบนี้เนี่ยมันสามารถที่จะเผยแพร่หรือทำให้คนไปดูเป็นตัวอย่างได้ ไหมครับท่านผู้ว่าฯ
ผู้ว่าราชการจังหวัด: ตอนนี้เรามีศูนย์ในเรื่องปราบศัตรูพืชโดยใช้ศัตรูพืชด้วยกันมาดำเนินการนี้ ปรากฎว่าศัตรูพืชที่เราสร้างขึ้นมาเนี่ย โดนสารฆ่าแมลงที่ชาวนาฉีดซะตายไปหมด
[คุยกับนายชนม์ชื่น บุญญานุสาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี]
ผู้ว่าราชการจังหวัด: สำหรับสาเหตุปัญหาหลักๆ ก็อาจจะมีเหมือนอย่างที่ทั่วๆ ไป ก็คือขณะนี้ชาวนาทำนาต่อเนื่อง ไม่มีการหยุดพักนะครับ อันที่สองก็คือทำนาหว่านและใช้ปริมาณของเมล็ดพันธุ์ข้าวมากเกินไป เพราะฉะนั้นทำให้ข้าวที่ขึ้นมามันแน่น พูดง่ายๆ ก็คือเหมาะเป็นที่อยู่อาศัยของเพลี้ยมากเลยนะครับ และที่สำคัญก็คือ เมื่อชาวนาใช้สารเคมีกำจัดด้วยตัวเองเนี่ย ส่วนใหญ่ก็จะใช้สารเคมีที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชา เพราะฉะนั้นแทนที่จะเป็นประโยชน์ก็เป็นโทษมากขึ้น
พิธีกร: (จับกล่องยาฆ่าแมลงบนโต๊ะนิทรรศการ) ที่มาอยู่นี่น่าจะเป็นชนิดที่ใช้ได้ตามคำแนะนำของทางการนะครับ
ผู้ว่าราชการจังหวัด: ใช่ครับ เพราะขณะนี้กรมการข้าวได้ออกคำแนะนำมาเมื่อประมาณเดือนธันวาคมนะครับ
พิธีกร: พวกนี้ไม่แนะนำ (ครับ), กองนี้ไม่แนะนำ (ครับ), กองนี้แนะนำ (ครับ)
ผู้ว่าราชการจังหวัด: ก็คงจะเรียนอย่างนี้นะครับ ว่าตามประกาศของกรมการข้าวเนี่ย เวลาเขาออกมา เขาจะไม่ออกมาเป็นชื่อยี่ห้อ แต่จะออกมาเป็นชื่อวิทยาศาสตร์ เหมือนกับยาเหมือนกัน เช่นจะบอกว่า ยาพาราเซตามอล แต่จะไม่บอกว่ายี่ห้ออะไร ส่วนท่านจะเลือกใช้ยี่ห้ออะไรก็อีกเรื่องหนึ่ง ฉะนั้นก็ชื่อทางการค้าก็เป็นอีกประเภทหนึ่งครับ
พิธีกร: มีเอกสารรายละเอียดอยู่ในที่ทางจังหวัดแจกไปแล้ว
ผู้ว่าราชการจังหวัด: มีครับ มีทุกแห่งแหละครับตอนนี้นะครับ เป็นประกาศของกรมการข้าว ซึ่งประกาศ เพราะว่ากลางเดือนธันวาคมนี้ ทางคณะรัฐมนตรีได้มีมติในเรื่องการให้ความช่วยเหลือเป็นหลักอยู่แล้ว และก็กรมการข้าวก็ได้ออกประกาศนี้มานะครับ
[คุยกับนายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์]
พิธีกร: ถามตรงไปตรงมาท่านรัฐมนตรีครับ กระทรวงชะล่าใจไปหน่อยไหม ประมาทไปหน่อยไหม ที่ไม่ทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องใหญ่มาตั้งแต่ต้น ให้มาร่วมมือกันจริงๆ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ: ครับ ตอนนั้นที่เราทำ คือเรารณรงค์ครั้งสำคัญที่สุพรรณบุรี ที่นครสวรรค์เนี่ย เราคิดว่าตอนนั้น เราน่าจะเอาอยู่นะครับ ตอนนั้นคิดอย่างนั้นจริงๆ ว่ามันจะเอาอยู่นะครับ ก็มันไปรู้อีกครั้งหนึ่งเนี่ย ไประบาดหนักที่ภาคเหนือตอนล่างที่ผมเรียนนะครับ ก็เลยรณรงค์พร้อมกันเพราะว่าโรคนี้มันก็ลำบากนะครับ คือเราพยายามรณรงค์ประชาสัมพันธ์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การจะขจัดได้ต้องได้รับความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียคือพี่น้อง เกษตรกรจะต้องร่วมมือด้วย คือต้องร่วมมือกันเต็มที่ทั้งสองฝ่าย เพราะว่าสาเหตุที่เกิดเนี่ยมันก็ทราบ พยายามอธิบายให้เข้าใจ สาเหตุที่ไปที่มา แต่ว่าพอไปรณรงค์จริงๆ หรือให้พี่น้องประชาชนหยุดพักนา ก็รับคำถามว่า ฉันเป็นชาวนา ถ้าถูกพักนาแล้วฉันจะทำอะไร
พิธีกร: นั่นสิ ผมถามมาทั้งหมดเมื่อกี๊นี้ก็พูดแบบนี้หมดเลย แปลว่าเขาก็ไม่ฟังล่ะ เพราะว่าหยุดปีหนี่งก็ขาดรายได้ไป ท่านจะทำอย่างไรล่ะคราวนี้ เพราะว่าประสบการณ์บทเรียนที่เกิดขึ้นปีนี้ ทำอย่างไรไม่ให้เกิดขึ้นอีก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ: คือหลักการว่า ทำอย่างไรที่เราจะให้เริ่มฤดูกาลทำนาให้มันพร้อมๆ กันสักที ขณะนี้ถ้าคุณกิตติไปทุ่งภาคกลาง จะเห็นว่าทำสารคดีเรื่องข้าวเนี่ย ไปวันเดียวนี่จบเลย
พิธีกร: ได้ตั้งแต่ไถ ตั้งแต่หวาน, ปลูก....
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ: เกี่ยว เพราะว่าอย่างนี้คือกระบวนการหนึ่งนะครับ ประการที่สองเนี่ย การใช้สารเคมีที่ไม่ถูกวิธี ผมว่าพี่น้องเกษตรกรเมื่อเจอเนี่ยก็เริ่มเข้าใจแล้ว คือปัญหาที่เกิดขึ้นเนี่ย เพราะว่าเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลมันหายไปจากเรา 10 ปีมาแล้ว พอมาปีนี้ก็บางคนคิดว่าฉันจะเสี่ยง คิดว่าไม่น่าจะรุนแรงอะไร อย่างไรก็ตามนะครับ ด้วยความห่วงใยของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เนี่ย เราตั้งใจว่าจะขอความร่วมมือกับพี่น้องเกษตรกร เราคิดว่าจำเป็นต้องรื้อแปลงก็จำเป็นต้องรื้อแปลงนะครับ เพื่อที่จะตัดวงจรตรงนี้ออกไป
พิธีกร: ต้องหักดิบกันสักที
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ: ต้องหักดิบกันสักที แต่ว่าเราต้องใช้มาตรการขอร้องกัน เราพบว่าเราไม่มีกฎหมายอะไรที่ไปบังคับให้กับพี่น้องเกษตรกรเขาหยุดได้ในขณะ นี้นะครับ
พิธีกร: ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีครับ สวัสดีครับ
[คุยกับนายกรัฐมนตรี]
พิธีกร: ครับตอนนี้เราเลื่อนมาอีกจุดหนึ่งนะครับ อยู่ที่ตำบลไทนใหญ่ อำเภอไทรน้อย ที่นนทบุรี ที่นี่ก็มีเพลี้ยกระโดดลงไร่นาเต็มพอๆ กับที่ลาดหลุมแก้วเมื่อสักครู่นะครับ ตอนนี้ท่านนายกฯ มาถึงแล้ว จะลงมาพิสูจน์จริงๆ ว่าเวลาเพลี้ยกระโดดลงไร่นาเสียหายขนาดไหนครับ ท่านนายกฯ สวัสดีครับ
นายกรัฐมนตรี: สวัสดีครับ
พิธีกร: เชิญลงไร่นาพร้อมเกษตรกร ผมจะให้ดูทางโน้นครับ
นายกรัฐมนตรี: ที่นี่ระบาดตั้งแต่เมื่อไรครับ?
เจ้าหน้าที่: เริ่มตั้งแต่ก่อนปีใหม่นิดหนึ่งครับ
นายกรัฐมนตรี:พื้นที่นี้เคยระบาดหรือไม่ครับ?
เจ้าหน้าที่: ไม่เคยระบาดครับ
นายกรัฐมนตรี: หมายถึงว่ารอบก่อนๆ ก็ไม่เคย
เจ้าหน้าที่: ไม่เคย
พิธีกร: ท่านเกษตรฯ ครับ เมื่อตะกี้ผมเคยถามเกษตรกรเจ้าของนา ว่าแปลงขวากับแปลงซ้ายเนี่ย แปลงขวาหว่านพร้อมกับแปลงซ้าย แต่แปลงซ้ายข้าวค่อนข้างดี ไม่ค่อยโดน แต่แปลงนี้เห็นชัดเจน สภาพอย่างนี้จะเหลือเกี่ยวข้าวสักกี่เปอร์เซ็นต์ครับ ถ้าดูแล้วเหมือนไม่มีออกรวงเลย? ของพี่ลงมาตั้งแต่เมื่อไรแล้วครับพี่ หมายถึงว่าเพลี้ยลงมาตั้งแต่เดือนไหน?
เกษตรกร: เพิ่งลงมาไม่กี่วันเองครับ
พิธีกร: เหรอครับ
นายกรัฐมนตรี: ไม่ใช่ธันวาหรอ?
เกษตรกร: ไม่ใช่ครับ เพิ่งลงไม่กี่วันเนี่ย ผมเพิ่งตักมาเนี่ย (ยกสวิงให้ดู)
พิธีกร: เดี๋ยวไปดูสิ ว่าทำไมมันดูแดงๆ
เกษตรกร: นี่ครับ ลอยเป็นแพเลยเนี่ยครับ
นายกรัฐมนตรี: แล้วฝั่งโน้นไม่มีหรือ?
เกษตรกร: มีครับ แต่น้อยกว่า
พิธีกร: ท่านนายกฯ เป็นครั้งแรกที่ได้มาดูสภาพเพลี้ยอย่างนี้ใช่ไหมครับ?
นายกรัฐมนตรี: เพราะว่าจริงๆ แล้วเนี่ย ปัญหานี้เราก็รับทราบใน ครม. เมื่อเดือนธันวา แต่ตอนนั้นมันเริ่มลงมาจากทางเหนือกว่านี้ แล้วค่อยๆ ลงมา แล้วก็เราก็ได้อนุมัติให้ทางแต่ละจังหวัดเนี่ยเข้าไปดูแล ท่านรัฐมนตรีก็เป็นคนที่ติดตามใกล้ชิด แล้วก็ไปลงพื้นที่มา
พิธีกร: มันขึ้นไปถึง 2 ล้านกว่าไร่ที่เสียหาย ตอนนี้อาจจะลดลงมาหน่อย อันนี้ในเชิงภาพรวมของข้าวท่านนายกฯ ได้ตามผลผลิตจะเป็นอย่างไรไหมครับ
นายกรัฐมนตรี: คือก็มีผลกระทบแหละนะครับ แต่ว่าเราก็ไม่ได้คิดว่าจะกว้างขวางถึงขนาดที่เรียกว่า กระทบกับภาพรวมของการผลิตหรือการส่งออกที่เราประเมินอยู่ในคณะกรรมการก็ไม่ ได้คิดว่าถึงขนาดนั้น แต่เราก็ต้องเร่งตัดวงจร
พิธีกร : เมื่อสักครู่ผมคุยกับชาวนาแถวนั้นเรื่องค่าชดเชย เบื้องต้นถ้าประกาศภัยพิบัติก็จะได้ 6 ร้อย 6 บาท ทีนี้ส่วนที่ไม่ประกาศ
นายก : นั้นล่ะครับที่ผมมาเมืองนนท์ ก็เพราะว่าได้รับเรื่องร้องเรียนที่ไม่ประกาศ เดี๋ยวต้องอธิบายนิดหนึ่งครับว่าประกันรายได้ ถึงมีเรื่องนี้อย่างไรเขาก็ได้ เขาก็ได้เรื่องการชดเชยถ้ามีการชดเชยนะครับก็ต้องได้ไป ไม่ว่าผลผลิตเป็นอย่างไร อันนี้ก็อาจมาช่วยได้ส่วนหนึ่ง
พิธีกร : อันนี้เป็นเรื่องประกันภัยพิบัติ
รัฐมนตรี : ภัยพิบัตินี้เรามุ่งไป 2 ประเด็นครับ
นายก : ภัยแล้งและน้ำท่วม
พิธีกร : ไม่รวมกับการระบาดของเพลี้ย
นายก : แต่ว่าจริงๆ แล้วพอจะทำระบบนี้เข้ามา เราคงจะดูทั้งหมดนะครับ เพราะมันคงจะเป็นประเด็นที่เราดู 2 ส่วน ก็คือว่าผลผลิตเขาเสียหาย กับประกันกรณีที่เรื่องรายได้ เรื่องราคา จะแยกกัน ขณะนี้กระทรวงคลังซึ่งเขารับไปทำเรื่องนี้ เพราะเขาเคยทำเรื่องนี้มาก่อนจะกลับมาเสนอ ผมมั่นใจว่าภายใน 1-2 เดือนนี้ กำลังจะกลับเข้ามาเพื่อให้เราได้ดูระบบที่เขาจะเสนอมาอีกที
พิธีกร : ประกันรายได้ขั้นตอนจริงๆ เกษตรกรที่เสียหาย กว่าจะได้เงินมันนานไหม
นายก : คือจริงๆ แล้วประกันรายได้พอเซ็นสัญญา เขาก็มีสิทธิ์ที่จะใช้สัญญาตามช่วงที่ระบุไว้ในสัญญา ซึ่งพอครั้งแรกที่เราทำ เนื่องจากหลายพื้นที่มันช้าซึ่งไม่ได้เป็นความผิดเกษตรกร เราก็เลยอนุญาตเลยว่าวันไหนทำสัญญาก็ใช้สิทธิ์วันนั้น ตอนหลังที่มาทำกันในเดือนธันวาคม เนื่องจากราคาข้าวขึ้นไปสูงมาก เกษตรกรก็บ่นว่าจริงๆ ข้าวขายไปก่อน เราก็อนุญาตให้ใช้สิทธิ์ย้อนหลังได้ รอบสองเราจะกำหนด เพราะว่าข้าวรอบสองเราจะคำนวณว่านับจากวันที่ปลูก คำนวณว่าอายุข้าวตายตัว ช่วงประมาณ 1 เดือนตรงนั้นจะใช้สิทธิ์ได้ เพราะตรงนั้นอย่างไรก็ใช้สิทธิ์ได้อยู่
พิธีกร : จะมีมาตรการช่วยเหลืออย่างอื่นไหม อย่างเช่นที่ผมกับ ธกส. ยังยืดหนี้ออกไป

นายก : ส่วนนั้นเฉพาะประกันรายได้นะครับ ส่วนมาตรการที่จะช่วยเหลือในเรื่องของภัยในลักษณะนี้ ความเสียหายทางผลผลิตก็อย่างที่บอกนะครับ จะมีระเบียบในส่วนของพื้นที่ที่ประกาศ แล้วปกติแล้ว ธกส. เขาก็จะช่วยในเรื่องของการยืดหนี้ เรื่องของดอกเบี้ย เรื่องของอะไรต่างๆ
พิธีกร : เรื่องเพลี้ย ความจริงระบาดมา 2 ,3 ,4 เดือน เกษตรกรบางส่วนเมื่อสักครู่ก็รู้สึกว่า คือไม่ได้ทำให้เรื่องใหญ่พอจะถูกสนใจตั้งแต่แรก มันเลทไปหน่อยไหม
นายก : ไม่ครับ จริงๆ แล้วเรื่องนี้ไปถึง ครม. ตั้งแต่ธันวาคม แล้วก่อนหน้านั้นก็มีการติดตาม เราพิจารณาไปพร้อมกันหมดแล้ว ตั้งแต่ธันวาคม , พฤศจิกายน เกษตรเริ่มทำงานมาตั้งแต่ก่อนนั้น แต่เสนอเข้า ครม. เพื่อที่จะให้จังหวัดเป็นหลักในการที่จะเข้าไปดูแล้วทดลองจ่าย มีมติตั้งแต่เดือนธันวาคม
พิธีกร : รัฐมนตรีครับ หลังจากนี้ไปเมื่อมีมาตรการบางส่วนเบื้องต้นออกมา จะต้องขออะไรเพิ่มเติมจากรัฐบาลอีกไหมครับในการดูแลเกษตรกร
รัฐมนตรี : ขณะนี้ที่เรากำลังคิดเอาไว้นะครับว่า คือเพลี้ยนอกจะทำลายต้นข้าว โรคที่จะตามมากับเพลี้ยมันมีอยู่ 2 โรค คือ โรคเขียวเตี้ย หรือ โรคจู๋ กับ โรคใบหงิก ตัวนี้มันยังไม่มีวิธีการที่จะไปแก้ไขปัญหาเขาอยู่ เราจะเห็นว่าเราบางครั้งเราแก้ปัญหาโรคเพลี้ยกระโดดได้ดูเรียบร้อย แต่ว่าต้นข้าวเป็นโรคเขียวเตี้ย แล้วมันก็ไม่ได้ให้ผลผลิต ตรงนี้เองสิ่งที่เราต้องขจัดก็คือว่าต้องการที่จะขอรื้อแปลงเพื่อพัก เมื่อเกษตร เมื่อรื้อแปลงแล้ว เมื่อเรารื้อแปลงเขา เราก็ต้องไปชดเชยเขาตามระเบียบกระทรวงการคลังที่ว่า 6 ร้อยกว่าบาท แต่หลังจากนั้นแล้วเราจะต้องการให้เขาหยุดพักงาน แล้วก็ลองมาคิดดู มาปรึกษากับเกษตรกรดูว่า หยุดพักงานเฉยๆ ผมเข้าใจเกษตรกร
พิธีกร : ไม่ยอม
รัฐมนตรี : ก็ไม่ยอม
พิธีกร : พี่ยอมไหมครับ ถ้าทางการมาไถนาพี่ทิ้ง ชดเชยไป เพื่อตัดวงจรของเพลี้ย
เกษตรกร : มันไม่คุ้มกันหรอกครับ ค่าใช้จ่ายที่ลงทุนไป ค่าชดเชยที่ลงทุนไปกับที่เขาชดเชยมันไม่คุ้มกัน แล้วยังลูกเรียนอีก อะไรอีก ปาถะ ค่าน้ำ ค่าไฟ
นายก : คือความช่วยเหลือคือเราก็ต้องพยายามดูให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ขณะเดียวกันก็ต้องบอกว่าถ้าไม่ตัดวงจร ปัญหามันก็จะลุกลามต่อไป ที่นี้จริงๆ แล้วเราก็ต้องมาช่วยกันคุย ความจริงก็ต้องไปนั่งคุยกันสาเหตุหลายอย่างด้วยนะครับ ซึ่งความจริงแล้วที่เราเอาระบบประกันรายได้เข้ามา เรากำลังพยายามเริ่มใช้กลไกตัวนั้นด้วย ในการจูงใจหลายสิ่งหลายอย่าง แต่ว่าบังเอิญมาเกิดเอาเสียตั้งแต่ตอนที่ยังเพิ่งเริ่มต้นวงการประกันนะครับ เข้าใจครับ เข้าใจ
พิธีกร : พี่ลงทุนไร่หนึ่งกี่บาท
เกษตร : ต้องสรุปที่หลังครับ ตอนนี้ยังสรุปไม่ได้
พิธีกร : อ๋อ ยาก็ยังใช้อยู่ ปุ๋ยก็ยังใช้อยู่ ยังไม่รู้เท่าไหร่
เกษตร : ครับ ยังใช้อยู่ ค่าเกี่ยวข้าวนี่ยังสรุปไม่ได้ครับ
พิธีกร : ขอบคุณมากครับ
นายกเสร็จจากการดูแปลงนาของเกษตรกร และแวะทักทายกับประชาชนที่มาให้กำลังใจ
พิธีกร : สวัสดีครับพี่น้องครับ ท่านนายกได้มาดูความเสียหายจริงที่เกิดขึ้นที่ไทรใหญ่นะครับ
นายก : สวัสดีครับ
พิธีกร : วันนี้ท่านนายกก็ได้ลงมาถึง มาดูของจริงในพื้นที่ รวมทั้งผู้ว่า 10 กว่าจังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่ระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ก็ได้มานั่งอยู่ที่นี่นะครับ ท่านนายกครับ วันนี้มีชาวบ้านมา ท่านผู้ว่ามาทั้งหมด จริงๆ แล้วการดูแลเรื่องเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล อยากจะให้พูดถึงความคืบหน้าในเชิงก่อนนโยบายรัฐบาล มาถึงตอนนี้ดูแลไปถึงไหนครับ
นายก : ก่อนอื่นขอสวัสดีพี่น้องทุกท่านนะครับ แล้วก็อยากจะขอเรียนเบื้องต้นก่อนว่าปัญหาของพี่น้องเกษตรกรเป็นปัญหาที่ผม และรัฐบาลให้ความสำคัญมาโดยตลอด จะเห็นว่าปีที่แล้วทั้งปีเรามีปัญหาในเรื่องของราคาพืชผลในช่วงแรก เราก็ต้องมาทำโครงการจำนำต่อเนื่อง จนกระทั่งสุดท้ายเราก็สามารถนำเอาโครงการประกันรายได้เกษตรกรเข้ามาเป็น ครั้งแรกนะครับ ซึ่งก็ทำให้ทุกพื้นที่แล้วก็เกษตรกร แทบจะกล่าวได้ว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเข้ามาลงทะเบียน แล้วก็มีสิทธิ์ได้รับการชดเชยรายได้ในช่วงระยะเวลาที่ราคาข้าวไม่ดี ที่พูดตรงนี้ก็เพราะว่าอยากจะชี้ให้เห็นว่าเป็นความตั้งใจของรัฐบาลในเรื่อง ของการที่จะให้เกษตรกรมีความมั่นคงมากขึ้น เพราะว่าเกษตรกร คนส่วนใหญ่ของประเทศมีปัญหามาโดยตลอดเรื่องความไม่แน่นอน ความไม่มั่นคง เพราะฉะนั้นทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับดิน ฟ้า อากาศ บ้าง ขึ้นอยู่กับราคาพืชผลบ้าง เราก็พยายามมาแก้ไขตรงนี้ แล้วก็ต้องทำต่อเนื่องต่อไป ก็พอดีในช่วงปลายปีก็มาเจอปัญหาเรื่องเพลี้ย ซึ่งก็อยากจะบอกว่าเริ่มตั้งแต่ทางภาคเหนือตอนล่าง แล้วก็ไล่ลงมาเรื่อยๆ ทางรัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ท่านก็เร่งเสนอเรื่องให้เป็นที่รับทราบในระดับนโยบาย แล้วก็ได้มีการออกมติ ครม. เพื่อให้ทุกจังหวัดไปดำเนินการในลักษณะที่ต้อง ถ้ามีความจำเป็นที่ต้องใช้จ่ายอะไรก็ทดลองจ่ายนะครับ เพราะว่าจะมีประสบการณ์อย่างที่บอก มันเคยมีวงจรในลักษณะนี้ เพราะฉะนั้นการสนับสนุนเพื่อที่จะพยายามที่จะตัดวงจร สกัดปัญหาก็ทำมาต่อเนื่อง จนถึงวันนี้ จริงๆ เมื่อกี้ คุณกิตติ ไปสรุปเอาไม่อยู่ เดี๋ยวจะตกใจกันว่าลุกลามไปเรื่อยๆ อะไรทำนองนั้นนะครับ
พิธีกร : แล้วจริงๆ โรคระบาด

นายก : ปัญหายังมีอยู่ แต่ถ้าเทียบระยะเวลาขณะนี้กับก่อนหน้านี้ ก็ถือว่าลดลงไปในระดับหนึ่งแล้ว เพราะฉะนั้นก็ทำต่อเนื่อง แต่การทำนะครับ ความเข้มแข็งของพื้นที่จะมีความสำคัญมาก ขณะเดียวกันถ้าพี่น้องเกษตรกรมีความตื่นตัว แล้วก็ทำตามคำแนะนำปัญหาก็จะแก้ง่ายขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นก็ถือโอกาสนี้มาพบปะเพื่อขอความร่วมมือจากพี่น้องเกษตรกร และรับฟังด้วยนะครับว่าปัญหาเมื่อเกิดขึ้นในลักษณะนี้แล้ว เราจะมีทางออกทางแก้กันอย่างไร แต่สำหรับอนาคตผมถือโอกาสพูดเลยว่ารัฐบาลมีแนวคิดว่า เราทำเรื่องประกันรายได้แล้ว ต่อไปเราจะทำเรื่องของการประกันภัย คือเวลาผลผลิตได้รับผลกระทบจะเป็นเพราะว่าแล้ง จะเป็นเพราะว่าน้ำท่วม หรือภัยธรรมชาติอื่น ซึ่งน่าจะร่วมถึงโรคระบาดด้วย เราก็จะเอาระบบประกันมาใช้แบบเดียวกัน ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงการคลังและกระทรวงเกษตรไปร่วมกันทำอยู่ แล้วก็จริงๆ รายงานผมในช่วงปลายปีที่แล้วว่าปีนี้น่าจะเสนอได้ในช่วงต้นปี เพราะฉะนั้นก็คงจะมีรูปแบบที่จะเสนอเข้ามา
พิธีกร : เบื้องต้นรูปแบบเป็นอย่างไรท่านนายกครับ เรื่องประกัน
นายก : คือจริงๆ หลักจริงๆ มันก็เหมือนประกันภัยทั่วไปนะครับ เพียงแต่ว่าเช่นเดียวกับเรื่องประกันรายได้ เราอาจจะต้องเริ่มต้นในลักษณะที่ยังไม่มีเบี้ย เพราะว่า
พิธีกร : แค่ลงทะเบียน ลงชื่อ
นายก : แต่ว่าการลงทะเบียนเราสามารถที่จะใช้ทะเบียนร่วมกันได้ระหว่างโครงการประกัน รายได้กับประกันภัย เพราะมันเรื่องเดียวกันนะครับว่าเราขณะนี้ ต่อไปนี้เราต้องมีฐานข้อมูลตลอดว่าใครปลูกอะไร ที่ไหน เมื่อมีผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลผลิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคา เราจะได้สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ตรงจุดแล้วก็ครอบคลุม แล้วก็ถึงพี่น้องเกษตรกรจริงๆ
พิธีกร : ท่านนายกฯ ครับผมถามชาวนาคนหนึ่งที่ลาดหลุมแก้ว ที่เราไปดูจุดแรก มีที่นา 20 ไร่ ลงทุนไป 9 หมื่นกว่าบาท ที่นี้เข้าใจว่าคงจะเสียหายทั้งหมด ถ้าได้รับเงินชดเชยจากโครงการนี้ก็จะได้ประมาณ 1 หมื่นกว่าบาทเท่านั้นเอง แกก็บอกไม่พอใจ แล้วก็จะมีปัญหาเพราะว่าเสียค่าใช้จ่ายมาเยอะ รัฐบาลจะช่วยเหลืออะไรได้บ้างนอกเหนือจากความช่วยเหลือเบื้องต้นจากลักษณะ แบบนี้
นายก : คือเบื้องต้นมันจะมีระเบียบของทางราชการอยู่นะครับ ซึ่งจะปฏิบัติไปตามระเบียบนั้น ที่นี้ก็คงจะต้องดูสภาพปัญหาแล้วก็สำรวจความเสียหายตามความเป็นจริง แล้วก็ถ้ามีความเป็นไปได้ ในการที่จะนำเสนอเพื่อขออนุมัติเพิ่มเติม หรือเป็นพิเศษ ก็จะมีการพิจารณาให้ แต่ในชั้นนี้ยังต้องรอดูว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมันกว้างขนาดไหน อย่างไร ผมเข้าใจดีเลยครับว่ามันเกิดเหตุอย่างนี้แล้ว เราก็ทราบดีว่าพี่น้องเกษตรกรเดือดร้อนมาก แล้วก็ลงทุนไปมาก แล้วก็แน่นอนล่ะครับที่หวังว่าจะได้เหมือนกับมันไม่เกิดเหตุมันคงจะเป็นไป ไม่ได้ แต่เราก็ต้องพยายามทำให้มากที่สุด แล้วก็เป็นเหตุผลหนึ่งว่าทำไมผมอยากเอาระบบประกันมาใช้ต่อไปในอนาคต เพื่อจะช่วยที่จะป้องกันตรงนี้ให้ได้นะครับว่า ไม่ใช่ว่าพอเกิดเหตุแล้วมันก็เป็นความสูญเสียมากจนเกินกว่าที่เกษตรกรจะรับ ได้
พิธีกร : งบเวลาช่วยเหลือชาวนาลักษณะที่เป็นแบบเร่งด่วนแบบนี้ ก็มีข้อครหาตามมาว่าในระดับพื้นที่ เราดูแลให้การช่วยเหลือ ถูกต้อง โปร่งใส อะไรขนาดไหน ท่านนายกจะกำชับเรื่องนี้อย่างไร ไม่ให้มีปัญหา
นายก : ก็ทุกครั้งนะครับก็ต้องมีการมาสอบทางแล้วก็ดูว่าการสำรวจเป็นไปตามความเป็น จริง อันนี้ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่ทำให้เรา ถึงบอกว่าในอนาคตต้องเอาระบบประกันมา เพราะว่าเราจะรู้ตั้งแต่ต้น อย่างน้อยเรารู้ตั้งแต่ต้นว่าใครทำอะไร ที่ไหน แต่ว่าหากว่าเราไม่มีฐานตรงนี้เลย มันก็ต้องเป็นเรื่องของการที่มาสำรวจกันเองทีหลัง ตามหลัง ซึ่งอย่างน้อยที่สุดผมหวังว่าบางส่วนตรงนี้ได้เริ่มต้นทำทะเบียนไปบ้างแล้ว เราก็จะพอมีตัวที่ช่วยตรวจทานได้อีกทางหนึ่งด้วย ว่าการรายงานความเสียเรื่องการสำรวจที่เกี่ยวกับการปลูกมันสอดคล้องกับความ เป็นจริงครับ
พิธีกร : การช่วยเหลือที่ทางการให้มาอยู่ในขณะนี้ คุณพี่พอใจขนาดไหน
ชาวบ้าน : ส่วนใหญ่แล้วพี่น้องชาวนครศรีธรรมราชไม่ค่อยถูกใจ เพราะว่าการได้เงินชดเชยในแต่ละช่วงไม่เหมือนกันครับ อันนี้ต้องขอฝากนายกฯ รับไปพิจารณาด้วยครับ
พิธีกร : ท่านนายกว่าอย่างไรครับ
นายก : คือจริงๆ ได้เท่าไม่เท่าอยู่ที่ช่วงเวลาการขาย ซึ่งราคาที่เราประกาศ เราจะอิงกับราคาตลาดถ้าเราไปประกาศว่าเท่ากันหมด มันก็จะมีความไม่เป็นธรรมอีกนะครับ เพราะว่าบางทีช่วงบางคนขายได้ราคาดีก็ได้ชดเชยเท่ากับคนที่ขายช่วงราคาไม่ดี ยืนยันนะครับว่าเรามีหลักเกณฑ์ในการคำนวณราคาประกาศอัตราชดเชยในแต่ละช่วง ทุก 15 วัน ซึ่งเราบอกตั้งแต่ต้นว่าเป็นอย่างนั้นนะครับ มีหลายประเด็นที่ที่ในที่สุดเราต้องมาร่วมมือกันในการทำ ถ้าบอกว่าถึงจุดที่เราจะขอให้พักนาเพื่อที่จะตัดวงจร คงต้องเอาตัวเลขมาดูว่าขอบเขตแค่ไหน อย่างไร แล้วรัฐบาลในความเห็นผมก็คือว่าต้องจูงใจ ถ้าเราขอกันเฉยๆ บางทีกลายเป็นว่าคนที่ให้ความร่วมมือเสียเปรียบ ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นผมก็พยายามตลอดว่าต่อไปนี้นโยบายด้านการเกษตร นอกจากพูด ส่งสัญญาณ มันต้องมีมาตรการจูงใจให้รับกัน ตอนนี้ผมคิดว่าทุกนโยบายที่เราจะทำเราจะอิงกับแรงจูงใจ อิงกับเรื่องตลาด เพื่อที่จะให้มันเป็นนโยบายที่ ถ้าชาวบ้านเชื่อถือจะได้ประโยชน์จริง อันนี้คือสิ่งที่เป็นหลักที่กำลังทำอยู่ แต่ว่ายังมีอีกหลายเรื่องครับที่ต้องเปลี่ยนแปลง แล้วผมเข้าใจว่ามันก็มีเรื่องหงุดหงิดก็เป็นธรรมดานะครับ จริงๆ ตอนทำประกันรายได้ตั้งแต่ต้นก็มีคนบอกไม่เห็นด้วย บางคนก็บอกถึงขั้นที่บอกว่าไม่คิดหรอกว่าจะเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะเอาเงินมาชด เชยเป็นเกษตรกรเป็นคนๆ ไป แต่ว่าสุดท้ายพอเราทำไปก็เริ่มเข้าใจมากขึ้น แต่ว่าความเลื่อมล้ำ คำว่าความเลื่อมล้ำมันไม่ใช่เพราะว่าเราเลือกปฏิบัติ แต่เป็นเพราะว่าสภาพตลาดในแต่ละช่วงไม่เหมือนกัน เราก็จะมีเกณฑ์ของเราอยู่
พิธีกร : ตกลงนโยบายรัฐบาลของท่านนายกอภิสิทธิ์ เรื่องส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ เกษตรวิถีธรรมชาติ ชัดขนาดไหน จะไปทิศทางไหน อย่างไร
นายก : คือนโยบายนี้ชัดเจนนะครับว่า เราส่งเสริมสนับสนุน แล้วก็จะต้องมีการทำด้วยต่อไป เช่นเดียวกันนะครับต้องเสริมเข้าไปด้วยมาตรการเป็นแรงจูงใจ เป็นเรื่องของการที่จะทำแต่ละพื้นที่ คือมันต้องทำลงไปในระดับพื้นที่ด้วย แล้วก็จะทำให้มีมาตรการเสริมต่างๆ ที่เข้ามาได้ ซึ่งเราก็จะเดินหน้าต่อไป จริงๆ ทั้งหมดนี้ครับ ถ้าเราเอาปรัชญาเรื่องความพอเพียง หลายเรื่องที่เป็นปัญหา เพราะว่าที่ผ่านมาเราเร่งครับ ใช่ไหมครับ อย่างข้าวอายุสั้นมาเพราะว่าจะได้ปลูกได้หลายรอบ แล้วเราก็ไปเรียกร้องกันบอกว่ารับจำนำกันราคาสูงๆ เพราะฉะนั้นก็ยิ่งเป็นการกระตุ้น เพราะฉะนั้นต่อไปนี้เราจะพยายามเอาแรงจูงใจต่างๆ มา แล้วทำให้พี่น้องเกษตรกรได้คิดถึงเรื่องนี้มากขึ้น ช่วงนี้ก็เห็นใจพี่น้องเกษตรกรจริงๆ แล้วเราก็จะเร่งในการที่หามาตรการในการที่จะมาแก้ไขต่อไป
พิธีกร : ครับ ขอบพระคุณครับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ครับ ที่ท่านมารายงานความคืบหน้ากับพวกเรา ขอบคุณมากครับ นี่ก็เป็นความคืบหน้าทั้งหมดในบริเวณพื้นที่นาภาคกลาง ตั้งแต่ลาดหลุมแก้ว ปทุมธานี มาถึง ไทรใหญ่ อำเภอไทรน้อย เรามาที่นี่นายกได้มาเห็นกับตาตัวเองคงจะได้ข้อสรุปแล้วกลับไปกำชับกำชาปรับ ปรุงวิธีการช่วยเหลือต่อไปในอนาคตนะครับ อย่างที่เรารู้กัน เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดขึ้นไปสูงสุดถึง 2 ล้านกว่าไร่ เวลานี้ควบคุมได้เหลืออยู่ประมาณ 8 – 9 แสนไร่ แต่ยังไม่จบ เพราะว่ากระบวนการช่วยเหลือชาวนาก็ยังคงต้องทำต่อ ชาวนาฝากชีวิตไว้กับนา ก็ต้องปลูกข้าวกันต่อนะครับ นี่คือความจริงของชาวนาไทย นี่คือรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทย กับนายกอภิสิทธิ์” สัปดาห์นี้ผม กิตติ สิงหาปัด สวัสดีครับ

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : ศิริพร โชคมิ่งขวัญ Rewriter : อรจินดา บุรสมบูรณ์
สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th



วันที่ข่าว : 24 มกราคม 2553
http://thainews.prd.go.th/view.php?m_newsid=255301240097&tb=N255301

ขั้นตอนในการสร้าง Event ง่าย ๆ - Chakard Chalayut (Molek) | idea blog

ขั้นตอนในการสร้าง Event ง่าย ๆ - Chakard Chalayut (Molek) | idea blog

About this blog

Blog นี้จะกล่าวถึงเรื่องราวชีวิตประจำวัน งานอีเว้นท์ และกระแส Social Mediaรวมถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่กำลังจะมาครับ เพื่อให้เกิดการตื่นตัวและเข้าใจในกระแสของโลกที่จะเป็นไปในด้าน IT ครับ

http://www.molecularck.com/archives/12

สังคมไทยเป็นสังคมเครือญาติ

สังคมไทยเป็นสังคมเครือญาติ

ที่มีความรักความผูกพันกันในครอบครัวมายาวนาน แต่เมื่อความเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่างเข้ามาพัฒนา คนไทยห่างหายจากครอบครัวมากขึ้น ณ ปัจจุบันกลายเป็นครอบครัวเลี้ยง เดียวมากขึ้น คือ ในครอบครัวมีเพียง พ่อ แม่ ลูก ครอบครัวขยายเริ่มหายไป พอเป็นครอบครัวเดียว พ่อแม่ทำงาน ลูกก็ถูกเลี้ยงในโรงเรียน หรือสถานรับเลี้ยงเด็ก ทำให้ความผูกพันลดน้อยลง หรือแม้ความเป็นเครือญาติกันเริ่มหายไป
คนไร้บ้าน หรือคนที่ออกมาเร่ร่อนไร้บ้านใน สังคมไทย ในปัจจุบันนี้ หาย Case ที่อิสรชนพบเจอ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ นอกจากเรื่องของสมองเสื่อม ความจำขาดหายแล้ว ความน้อยใจลูกหลาน ก็ทำให้คนเหล่านี้ออกมาสู่ถนนมากขึ้น หรือแม้แต่คนที่เข้ามาแสวงหาทองในเมืองกรุงเองก็ตาม ที่จะกลับคืนสู่ถิ่นไม่ได้ เพราะจะทำให้ครอบครัวผิดหวังไม่ได้ หรือทำให้ครอบครัวตนเองถูกดูถูกจากคนในชุมชนไม่ได้ หรือแม้สุดท้ายแล้วคนที่ถูกกระทำจากคนในครอบครัวเอง เพื่อแย่งชิงทรัพย์สมบัติ จนทำให้คนไร้บ้านเป็นคนสูญหายไปเลยหรือการบีบให้คนเหล่านี้ออกมาจากบ้านและหายไปเล
สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าเพียงการพูดหรือเล่าจากคนทำงานเองนั้น มันก็เป็นเพียงเรื่องธรรมดา หรือเป็นเพียงละครน้ำเน่าฉากหนึ่งเท่านั้น แต่สังคมจะรับรู้บ้างหรือเปล่าว่ามันคือชีวิตคนหนึ่งคนที่เจ็บปวดจากหลาย ๆ อย่างและกลับสู่ครอบครัวไม่ได้ หรือบางคนครอบครัวไม่ต้องการ นี่ถือเป็นงานที่สำคัญของอิสรชนที่จะคืนคนเหล่านี้กลับสู่ครอบครัวให้ได้ เพราะสุดท้ายแล้วเราเชื่อว่าครอบครัวเป็นสิ่งเดียวที่ดูแลกันเองได้ ซึ่งคนไรบ้านเมืองไทยจะต่างจากคนไร้บ้านประเทศต่าง ๆ ที่ตรงนี้แหละ เพราะคนไทยมีความเป็นครอบครัวมาก่อน ซึ่งคนไร้บ้านประเทศอื่น ๆ เขาออกมาดิ้นรนสู้ชีวิตกันเองตั้งแต่อายุยังน้อย ไม่ค่อยมีความสัมพันธ์ในครอบครัวกันมานัก เพราะฉะนั้นปัญหาหลักคนไร้บ้านต่างประเทศคือ เศรษฐกิจ แต่ในสังคมไทย คนไทยไม่ได้เกิดกันกลางถนน แต่มีบ้านมีครอบครัว ถึงแม้บ้านที่เกิดจะเป็นบ้านเช่าก็ตาม ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากทางจิตใจที่เราต้องฟื้นฟู
ที่กล่าวเช่นนี้เพราะ คนไร้บ้านที่อิสรชนส่งกลับบ้าน เมื่อ 2-3 ที่ผ่านมานั้น ไม่มีใครกลับมาที่เป็นคนเร่ร่อนอีก เราเข้าไปทำความเข้าใจ หาคลิกที่เกิดข้อคัดแย้งกันจนทำให้คนหนึ่งต้องออกมาเร่ร่อน เป็นเพียงตัวเชื่อมประสานให้เขาได้พูดความรู้สึกหรือความในใจที่มันอาจติดค้างกันมายาวนาน และเขาคนนั้นก็จะกลับสู่ถิ่น อยู่ในความดูแลของคนในครอบครัว อย่างล่าสุด เพิ่งส่งกลับไปเมื่อเดือนธันวาคม โดยคราวนี้เชื่อมประสานกับทางบ้านมิตรไมตรี ตามหาญาติจนเจอต่างคนต่างคิดถึงกัน เหลือกันอยู่ 2 คน สุดท้ายกลับไปอยู่ในความดูแลของป้า เรียบร้อย กอดกันร้องไห้ ซึ่งสุดท้ายแล้วครอบครัวคือสิ่งสุดท้ายที่คนไทยโหยหา ความเป็นญาติ ความเป็นพี่น้อง ต่อให้ช่วงชีวิตเดินทางไปไหนมาไหนบ้างสุดท้ายที่พักพิงที่ดีที่สุด คือบ้านของเรา คนเร่ร่อนก็เช่นกัน แต่ที่เขาไม่สามารถกลับบ้านได้เลย เพราะเขายังมีอะไรที่ยังไม่คลี่คลาย แต่เมื่อเราเข้าไปเป็นคนที่ช่วยคลายปมเหล่านั้น เขาก็พร้อมที่จะกลับบ้าน เพียงแค่คุณให้โอกาสเขาเท่านั้น บางคนอาจจะใช้เวลาหลายปี อย่างเร็วที่สุดก็ครึ่งปี
เพราะฉะนั้นทุกวันที่ลงพื้นที่สิ่งที่อิสรชนทำคือ การเรียกสถานภาพทางสังคมให้เขาด้วยการไหว้ มีอาสามัครมาให้ความเคารพทำให้ คนที่เคยแต่โดนก่นด่า ถ่มน้ำลายรดหน้า ถูกตราหน้าว่าเป็นคนจน ขอทาน ไร้ค่า จากที่เป็นไอ้ หรือ อี แต่ ณ วันหนึ่งมีคนมานั่งคุยคำว่าพี่ ป้า น้า อา กลับมาอีกครั้ง เขากลายเป็นคนมีตัวตนอีกครั้ง เป็นการกู้ศักดิ์ศรีของคนไร้บ้านได้ง่ายๆ จากการพูดคุย หรือแบ่งปันด้วยความอ่อนน้อม การยกมือไหว้ในฐานะที่เขามีวัยวุฒิที่สูงกว่าเพียงเท่านี้เขาก็มีความสุขและเราก็จะรู้สึกมีความสุขด้วย เมื่อมีอาสาสมัครมาลงพื้นที่ เห็นได้ชัดว่ามีการเกื้อกูลในสังคมเล็กๆ การที่อาสาสมัครมานั่งคุยกับคนเร่ร่อนในเสื่อผืนเดียวกัน เพียงเท่านี้ก็สามารถเรียกความเป็นมนุษย์ของคนไร้บ้านกลับมาได้ พวกเขาจะไม่รู้สึกต่ำต้อยกว่าคนอื่น เป็นวิธีการที่ใช้คนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีบ้านมาสร้างแรงบันดาลใจให้คนกลุ่มนี้อยากกลับบ้าน เมื่อมีคนมาถามบ่อยๆ ว่า “บ้านอยู่ไหน?” หรือพูดว่า “กลับบ้านแล้วนะ” ตามหลักธรรมชาติเชื่อว่าจะสร้างความคิดถึงบ้านให้พวกเขาได้ ณ ปัจจุบัน จึงเกิดโครงการ ชุบตัวคืนถิ่น ที่ส่งคนเร่ร่อนกลับบ้านในทุก ๆ ปี สนใจมาเป็นอาสาสมัครติดต่อได้ที่ คุณอัจฉรา 086-6282817 หรือสมทบทุนกการส่งคนไร้บ้านกลับสู่ครอบครัว ร่วมบริจาคได้ที่ ธ.กรุงไทย สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า เลขบัญชี 031-0-03432-9 บัญชีสมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน


http://www.facebook.com/share.php?u=http%3A%2F%2Fwww.nairobroo.com%2F76%2Fmodules.php%3Fname%3DNews%26file%3Darticle%26sid%3D830#/notes/jasmin-jaja/kar-khn-khn-r-ban-su-khrxbkhrw/445745665577

วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2553

Tech Oops! :: ชุมชน แลกเปลี่ยน ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ไอที อินเตอร์เน็ท เว็บ 2.0 ของเล่นไฮเทค iPhone MP3 กล้องดิจิตอล โน๊ตบุ๊ค สมาร์ทโฟน หูฟัง และ โปรแกรมน่าใช้

Tech Oops! :: ชุมชน แลกเปลี่ยน ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ไอที อินเตอร์เน็ท เว็บ 2.0 ของเล่นไฮเทค iPhone MP3 กล้องดิจิตอล โน๊ตบุ๊ค สมาร์ทโฟน หูฟัง และ โปรแกรมน่าใช้

http://www.techoops.com/

เทศกาลความสุขบนถนนสีลม ปิดถนนให้คนเดินเที่ยวตลอดวันอาทิตย์ที่ 17ม.ค.

ถนนคนเดิน - ประชาชนจำนวนมากหลั่งไหลไปเดินชมการแสดง และร่วมชิมอาหาร ที่ประชาคมชาวสีลม กทม. นำมาออกร้านในเทศกาลความสุขบนถนนสีลม ( Silom Festival 2010 ) โดยมีการปิดถนนให้คนเดินเที่ยว ตั้งแต่ช่วงแยกศาลาแดงถึงถนนนราธิวาส จากเช้าถึงเที่ยงคืนวันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม" align="absmiddle" border="0">
ถนนคนเดิน - ประชาชนจำนวนมากหลั่งไหลไปเดินชมการแสดง และร่วมชิมอาหาร ที่ประชาคมชาวสีลม กทม. นำมาออกร้านในเทศกาลความสุขบนถนนสีลม ( Silom Festival 2010 ) โดยมีการปิดถนนให้คนเดินเที่ยว ตั้งแต่ช่วงแยกศาลาแดงถึงถนนนราธิวาส จากเช้าถึงเที่ยงคืนวันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม
















http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1263738185&grpid=&catid=
วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 21:31:19 น. มติชนออนไลน์

ประมวลภาพ - เทศกาลความสุขบนถนนสีลม ปิดถนนให้คนเดินเที่ยวตลอดวันอาทิตย์ที่ 17ม.ค.

ถนนคนเดิน - ประชาชนจำนวนมากหลั่งไหลไปเดินชมการแสดง และร่วมชิมอาหาร ที่ประชาคมชาวสีลม กทม. นำมาออกร้านในเทศกาลความสุขบนถนนสีลม ( Silom Festival 2010 ) โดยมีการปิดถนนให้คนเดินเที่ยว ตั้งแต่ช่วงแยกศาลาแดงถึงถนนนราธิวาส จากเช้าถึงเที่ยงคืนวันที่ 17 มกราคม

วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2552